หนังมาใหม่

3 ผลไม้ปีศาจสายโรเกียที่เจ๋งที่สุดในวัน พีช

วัน พีช กลายเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในทุกวันนี้
ซึ่งแม้บางเรื่องที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันต่างทยอยเขียนจบไปหลายเรื่อง
หากแต่เรื่องนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น และไม่มีทีท่าว่าจะจบในเวลาอันใกล้นี้แต่อย่างใด
ซึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของการ์ตูนเรื่องนี้คือผลปิศาจที่เมื่อใครกินไปจะได้รับพลังพิเศษที่ต่างกันทำให้ช่วยเพิ่มความสนุกได้ไม่น้อยให้กับเรื่อง
โดยเฉพาะผลปิศาจสายโรเกียเองที่เป็นสายแข็งแกร่งเราจึงขอพาคุณไปดูผลไม้ปิศาจสายโรเกียที่อันตราย 3 ลูกมาให้ได้ชมกัน

อาเมะ อาเมะ
เริ่มกันที่ผลแรกกับ อาเมะ อาเมะ หรือลูกกวาด ซึ่งเมื่อกินไปแล้วทำให้มีพลังของลูกกวาดในกำมือ
โดยร่างกายจะมีความเหนียว และหวานตามแบบฉบับลูกกวาดของจริง และมีสีเขียว
โดยเจ้าสิ่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่าได้ดั่งใจคิด
ซึ่งทำให้มันสามารถเปลี่ยนมาเป็นอาวุธได้อีกด้วยแถมยังกลายเป็นของแข็งเงลาใช้เป็นอาวุธทำให้มีพลัง
ในการโจมตีสูงยิ่งไปกว่านั้นหากเปลี่ยนให้เป็นที่จับศัตรูก็จะทำให้คนที่ถูกจับดิ้นไม่หลุดจากความเหนียว
และยังหายใจไม่ออก ซึ่งโอกาสจะเอาชนะนั้นยากเลยทีเดียว

โคมุ โคมุ
ผลนี้เป็นของปิศาจควันอย่างสโมคเกอร์
ที่สามารถเปลี่ยนร่างกายธรรมดาให้เป็นควันได้ทำให้สามารถรอดพ้นจากการโจมตีทางกายภาพหากว่าไม่ได้ใช้ฮาคิ
โดยเมื่อเปลี่ยนเป็นควันก็สามารถช่วยให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วแถมบินได้สูงในระดับหนึ่งอีกด้วย
นอกจากนี้ยังประยุกต์ใช้เป็นตัวเสริมในการโจมตีศัตรูรวมไปถึงการใช้เป็นแบนยืดไปโจมตีคู่ต่อสู้ได้อีกทาง
ซึ่งสโมคเกอร์เองถือเป็นศัตรูที่ลูฟี่เอาชนะได้ยากนับตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
เพราะเวลานั้นยังไม่รู้จักการใช้ฮาคิแถมโจมตีก็ไม่เป็นผลอีกทั้งด้ามหอกของสโมคเกอร์เป็นหินไคโรที่มีคุณสมบัติลดพลังของผู้มีพลังพิเศษได้
และทำให้หมดเรี่ยวแรงซึ่งบ่อยครั้งที่สโมคเกอร์มักใช้เจ้าสิ่งนี้มาใช้คู่กับพลังพิเศษของควันในการโจมตี และเป็นผลดีเลยทีเดียว

เมระ เมระ
เรียกได้ว่าเป็นผลไม้สายโรเกียที่หลายคนอยากได้มาครอบครองมากที่สุดกับ เมระ เมระ
ที่จะทำให้ผู้ที่กินมันเข้าไปได้รับพลังของไฟมาครอง โดยก่อนหน้านี้มันเคยเป็นของ เอส
พี่ชายของลูฟี่ที่ตายไปในสงครามครั้งใหญ่ระหว่างหนวดขาวกับกองทัพเรือ
ซึ่งเวลานั้นเอสได้กระโดดช่วยเอาตัวบังลูฟี่จากการปองร้ายของ อาคาอินุ
จนถูกลาวาทะลวงร่างเสียเองจนเสียชีวิต
และทำให้ผลปิศาจได้รับถ่ายทอดสู่ซาโบะพี่ชายอีกคนแทนจากการที่ไปแย่งมาจากเมืองของเดอฟลาเมงโก้นั่นเอง…

ภาพยนต์_รู้จักทานอสสุดยอดตัวร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล

ในจักรวาลของมาร์เวล มีทั้งฮีโร่ มากมาย และที่ขาดไม่ได้คือตัวร้าย
ที่จะมาสร้างสีสันซึ่งตัวร้ายที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนๆ เพราะมีพลังที่กล้าแกร่งนั่นก็คือ ทานอส จากภาพยนต์เรื่อง
avengers infinity war หลายคนคงอยากรู้จักเขาให้มากขึ้น
ทานอส (Thanos) ยักษ์ตัวสีม่วงแต่แรกเดิมทีนั้นเป็นชาว ไททั่น แต่ทว่าตั้งแต่เกิดมาก็ได้มีรูปร่างผิดเพี้ยน
ต่างจากชาวไททั่นคนอื่นๆ หน้าตาเค้าทั้งอัปลักษณ์ แถมยังมีผิวสีม่วง
ทำให้แม่ของเค้าคลุ้มคลั่งถึงกับจะฆ่าลูกตัวเองตั้งแต่เห็นหน้า พร้อมบอกว่าสิ่งมีชีวิตนี้เป็นตัวอันตราย
ในช่วงวัยเด็กเค้าถือว่าเป็นเด็กที่ เรียนดี ฉลาดสุดๆ แต่ถูกรังเกียจจากเด็กชาวไททั่นคนอื่นๆ
เพราะเรื่องหน้าตาของเค้าต่างจากคนอื่นๆ ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ
แต่วันหนึ่งเขาพบกับเด็กหญิงปริศนาที่มาชักชวนให้เขาทำสิ่งที่ชั่วร้ายนั้นคือการฆ่า
โดยเริ่มจากการฆ่าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ตั้งแต่พวกกิ้งก่า แมงมุม จนไปถึง สัตว์ใหญ่อย่าง ลิงยักษ์
จากนั้นแค่สัตว์ยังไม่พอเขาเริ่มฆ่าคนบนดาวของตัวเอง ซึ่งเขาได้หลงรักหญิงสาวรายนี้ แต่ทว่าถูกปฏิเสธ
ด้วยเหตุผลที่เขายังอ่อนแอเกินไป และนั่นกลายเป็นสาเหตุที่เขาฆ่าแม่ของตัวเอง และทำให้ ทานอส ต้องหนีไปยังดวงดาวอื่น
ซึ่งภายหลังเขาได้รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นคือ “DEATH (เดธ)” หรือผู้ดูแลความตายของสิ่งมีชีวิต ชีวิตของเขาถูก
“DEATH (เดธ)” ครอบงำเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งที่ดาวดวงเดิมเขาสารภาพรักกับเธออีกครั้ง คราวนี้เธอบอกว่าถ้า
Thanos ต้องการเธอ เขาก็ต้องเป็นของเธอแค่คนเดียวตลอดไป
เขาลงมือสังหารลูกและเมียตัวเองทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับหญิงสาวลึกลับแต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเธอจน
ถึงขนาดปั่นหัวให้เขาทำลายดาวบ้านเกิดตัวเองทิ้งไป ซึ่งเขาก็ทำเช่นนั้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพิชิตใจของสาวเจ้าได้
ซึ่งเขายังคงถูกครอบงำอยู่เรื่อย ซึ่งในภาพยนตร์ Avenger Infinity War เป้าหมายหลักของเขาคือการรวบรวม อัญมณี
Infinity Stone ทั้ง 6 ก้อน เพื่อที่จะปลิดชีวิตผู้บริสุทธิ์ครึ่งนึงของจักรวาล
ซึ่งเราต้องไปดูกันเองว่าเรื่องราวในหนังนั้นจะจบลงอย่างไร นี่คือประวัติของดาวร้ายจาก AVENGERS
คงจะพอทำให้หลายคนเลิกสงสัยได้บ้างว่าเขาเป็นใคร…

5 ภาพยนตร์แนวเอาชีวิตรอดที่ต้องรับชม

ภาพยนตร์นั้นมีหลายแนวต่างต่างกันไป
หลายคนมักจะชอบดูหนังบู๊แอคชั่น, ไซไฟ, คอมเมดี้ หรือ โรแมนติก
แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ชื่นชอบในการรับชมภาพยนตร์แนว Survival
เอาชีวิตรอดจากบางสิ่งด้วยสภาวะที่จำกัดไม่ว่าจะเป็น
สิ่งของอำนวยความสะดวกหรือต้องติดอยู่ในป่า วันนี้เรามี 5
ภาพยนตร์แนวเอาชีวิตรอดที่ควรค่าแก่การรับชมมาฝากกัน
1.127 Hours
เรื่องราวที่สร้างมาจากเรื่องจริงของAron Ralston
ที่ชอบปีนเขาเดินป่าบุกดงป่าและเขาชอบปีนเขามากที่สุดเมื่อวันหยุดวัน
หนึ่ง เขาได้ไปปีนเขาแล้วพลัดตกลงไปในร่องเขาในร็อบเบอร์สรูสต์
ในรัฐยูทาห์ แต่ไม่สามารถขึ้นมาได้
แถมยังถูกหินขนาดใหญ่ทับแขนอีก
ทำให้เขาไม่สามารถขยับออกไปไหนได้เลย
โดยไร้ซึ่งผู้คนหรือความช่วยเหลือ
ไม่มีแม้แต่วี่แววของการที่จะเอาชีวิตรอด ไปดูกันว่าเขาจะทำอย่างไร
อยู่ด้วยวิธีไหนถึงสามารถรอดมาได้ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
ได้รับเสียงชื่นชอบอย่างมาก พร้อมกับเข้าชิงออสการ์ถึง 6
รางวัลเลยทีเดียว
2.The 33
อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเรื่องจริง
จากเหตุการณ์ที่คนงานเหมืองแร่ 33
ชีวิตต้องติดอยู่ใต้ดินเพราะเกิดเหตุการณ์ที่ดินถล่มที่ ซาน โฮเซ่
ประเทศชีลีในปี 2010
ทีมช่วยเหลือนานาชาติที่ต้องทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อช่วยเหลือคนงานที่
ถูกฝังอยู่ให้กลับมาพบครอบครัวและเพื่อนๆของพวกเขาอีกครั้ง
เช่นเดียวกับผู้คนทั่วโลกอีกหลายล้านคนที่ต่างเฝ้ารอและจับตามองอย่า
งร้อนใจเพื่อภาวนาให้พวกเขาปลอดภัย 33 ต้องอยู่ในสภาวะที่กดดัน

3.Cast Away
ภาพยนตร์จากปี 2000 ที่ได้ ทอม แฮงค์ส
นักแสดงมากฝีมือแสดงนำ เป็นเรื่องราวของ ชัค โนแลนด์
วิศวกรของบริษัท FedEx
ที่ต้องไปติดอยู่บนเกาะร้างเพียงลำพังจากเหตุการณ์ที่เครื่องบินตกเขาต้
องเผชิญกับโชคชะตาอันโหดร้ายเพียงลำพัง กับลูกวอลเล่ย์บอล 1 ลูก
และต้องเอาชีวิตรอดด้วยการหาอาหารเอาในป่า
เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน
ถือเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งและครองใจใครหลายๆคน
4.The Martian

เรื่องราวของนักบินอวกาศนอกโลกที่ออกสำรวจดินแดนใหม่นั่นคือดาว
อังคาร ที่มี แมตต์ เดม่อน รับบทเป็น มาร์ แวทนีย์
ที่ใครหลายคนคิดว่าเขาเสียชีวิตจากพายุและถูกทิ้งไว้
แต่ทว่าเขามีชีวิตรอดและต้องอยู่โดดเดียวบนดาวอังคาร
เขาต้องใช้วิธีต่างๆ เพื่อเอาตัวรอด
แม้ว่าโอกาสจะเหลือน้อยแต่ก็ไม่เคยยอมแพ้
ต้องไปติดตามชมกันว่าสุดท้ายเขาจะเอาชีวิตรอดกลับบ้านได้หรือไม่
5.The Revenant
สุดยอดภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 12
สาขาเรื่องราวของ ฮิวจ์ส กลาส นักสำรวจที่รับบทโดย เลโอนาร์โด้
ดิคาปริโอ้ ทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมและถูกเพื่อนร่วมทีม
ปล่อยทิ้งไว้ให้ตายเพียงลำพัง เขามีเพียงกำลังใจเป็นอาวุธในการต่อสู้
กลาสต้องทนต่อสภาพที่เหน็บหนาวอย่างรุนแรง
เขาต้องหาทางรอดชีวิตและแก้แค้นคนที่ทิ้งเขาเอาไว้…

สายบู๊ไม่ควรพลาด : จัดอันดับ 3 หนังแอคชั่นสุดระห่ำที่ต้องหามาดู

หนังแอคชั่นยังคงเป็นหนึ่งในแนวหนังยอดนิยมตลอดกาลที่ไม่ว่าจะออกมากี่เรื่องก็มักจะทำเงินได้เสมอ
และนี่คือ 3 ภาพยนตร์แนวบู๊ระห่ำที่ไม่ควรพลาด
Baby Driver
เริ่มกันที่เรื่องแรก Baby Driver ซึ่งถือเป็นพล็อตเรื่องแนวหนังแอคชั่นที่น่าสนใจไม่น้อย
โดยเป็นเรื่องราวของชายหนุ่งคนหนึ่งที่มีความพิเศษเมื่อต้องฟังเพลงตลอดเวลาเพื่อช่วยรักษาอาการหูอื้
อที่เป็นโรคประจำตัวของเขา
แต่ประเด็นอยู่ที่เขาคือผู้ทำหน้าที่ขับรถให้กับแก็งอาชญากรรมที่ต้องพาเหล่าผู้ร้ายหลบหนีจากการปล้น
ซึ่งเขามีลีลาการขับรถเหลือร้ายไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ขับขันแค่ไหนก็สามารถขับหนีตำรวจได้เส
มอจนกลายเป็นมือขับชั้นยอดที่คนต้องการตัว แต่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเขาได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ซึ่งเขาเกิดตกหลุมรักขึ้นมา และอยากจะวางมือเพื่อไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่วไป
แต่ด้วยฝีมือของเขาทำให้เหล่าตัวร้ายต้องการที่จะให้เขาทำงานมห้ต่อไปเรื่องราวความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น
Kingsman: The Golden Circle
ภาคต่อจากหนังทำเงินแนวสายลับที่บู๊ดุเดือดจนสร้างกระแสความนิมมาแล้วในครั้งก่อน
ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เรื่องราวเข้มข้น และสนุกมากขึ้น
โดยครั้งนี้เป็นเรื่องราวความวุ่นวายที่กองบัญชาการของเขาถูกทำลายจากกลุ่มก่อการร้ายที่อยู่อีกซีกโลก
หนึ่งที่สำคัญเพื่อนร่วมงานรวมถึงหมาของเขาถูกสังหารโหดจากการยิงระเบิดใส่ทำให้แค้นครั้งนี้ต้งได้รั
บการชำระ โดยเขาได้ไปเข้าร่วมกับกลุ่มสายลับพันธมิตรที่อยู่ในสหรัฐ อเมริกา
และการผจญภัยครั้งใหม่ในการปราบเหล่าร้ายก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
สำหรับภารกิจครั้งนี้อันตรายกว่าเดิมเมื่อเขาต้องบุกไปถึงรังศัตรูสุดโหดที่มีลูกน้องคอยจ้องเล่นงานรวมไ
ปถึงเจ้าหมาไซบอร์กสุดแกร่งที่ต้องเอาชนะให้ได้แถมยังต้องคอยต่อสู้กับหนึ่งในสายลับที่พันธมิตรส่งมา
ช่วยที่แท้จริงแล้วเขาคือผู้ทรยศที่ไปเข้าร่วมกับเหล่าร้ายทำให้การต่อสู้ครั้งนี้เป็นไปได้ยากกว่าเดิม
แต่เพื่อช่วยโลกเอาไว้ทำให้เขาต้องพยายามทำภารกิจให้สำเร็จ
The Foreigner
เป็นหนังเฉินหลงอีกเรื่องที่เราคงไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ
แม้จะเป็นแนวบู๊แต่แฝงไปด้วยความดราม่าตั้งแต่ต้นเรื่อง โดยเฉินหลงรับบทเป็น ฉวน
หนุ่ใวัยกลางคนที่ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของร้านอาหารจีนอยู่ในไชน่าทาวน์ ซึ่งอยู่ในกรุงลอนดอน
แต่เหตุการณ์ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อลูกสาวคนเดียวของเขาได้ถูกลูกหลงจากเหตุการที่ผู้ก่อการร้ายได้
ลอบเข้ามาวางระเบิดจนทำให้ลูกสาวของเขาเสียชีวิต
แม้จะหวังพึ่งความยุติธรรมจากหน่วยงานต่างๆกลับไม่เป็นผลจึงเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจออกตามล่าหาคน
ที่ฆ่าลูกสาวของเขาด้วยตัวเอง ซึ่งเต็มไปด้วยความแค้น
และความเจ็บหัวใจที่ลูกสาวของเขาถูกพรากชีวิตไปจนท้ายที่สุดได้ไปพบกับกลุ่มก่อการร้ายที่ชื่อว่า IRA
เขาจึงเริ่มต้นการล่าที่กลายเป็นความมันส์ระห่ำในครั้งนี้…

5 หนังรักสุดยอด

Punch-Drunk Love : เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “แบรี่” (Adam Sandler) ชายหนุ่มที่มีพี่สาวน้องรวมกันถึง 7 คน
เขามีลักษณะเพี้ยน ๆ ในสายตาคนในครอบครัว เช่นแต่งสูทไปทำงาน
ซื้อพุดดิ้งจำนวนมหาศาลเพื่อสะสมไมล์แลกตั๋วเครื่องบิน ประหม่าเวลาคุยกับผู้หญิง
มีอาการเก็บกดต้องระบายออกด้วยความรุนแรง และแอบขี้แยในบางเวลา ในสายตาคนนอกมองว่าเขาเพี้ยน ๆ ไม่เต็ม
แถมในวัยเด็กก็ถูกล้อจากพี่น้องที่เป็นผู้หญิงซึ่งมันก็ส่งผลมาถึงตอนโต แต่เมื่อเขารู้จักลีน่า (Emily Watson)
เพื่อนของพี่สาวที่ยอมรับตัวตนของเขาได้ ความสัมพันธ์ก็เริ่มก่อตัวท่ามกลางปัญหาถูกตามล่าจากอันธพาลแก๊ง sex
phone ที่เขาเคยใช้บริ
Beginners : “โอลิเวอร์” (Ewan McGregor) โตมากับครอบครัวที่เขารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้รักกัน จนเมื่อแม่เสียชีวิต
พ่อของเขาก็ประกาศตัวเป็นเกย์และใช้ชีวิตเกย์อย่างเปิดเผยด้วยอิทธิพลในวัยเด็กจากครอบครัวทำให้เขามองความรักเ
ป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน เขากลัวการพัฒนาความสัมพันธ์กับหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับ 'แอนนา' ในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง หญิงสาวที่ดูจะเข้าใจเรื่องราวความสูญเสียในชีวิตของเขา
เขาจะจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ในใจอย่างไร ต้องไปชมกันเองครับ
It Could Happen to You : 'ชาลีย์' (Nicolas Cage) ถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ เขาได้เงิน 4
ล้านเหรียญแต่ก็ยังมีความสับสนว่าควรทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับ 'อีวอน' (Bridget Fonda)
สาวเสิร์ฟที่เขาสัญญาว่าจะทิปเธอด้วยครึ่งหนึ่งของล็อตเตอรี่ในความเป็นคนดีของชาลีย์เขาก็ยังมีความเป็นมนุษย์ที่มีค
วามโลภ ความสับสน แต่สุดท้ายเขาก็ให้ทิปเธอจำนวน 2 ล้านเหรียญ
In the Mood for Love : สามีภรรยาสองคู่ย้ายมาอยู่ห้องติดกัน 'เหลียง เฉาเหว่ย' และ 'จาง ม่านอวี้'
ต่างสงสัยว่าคู่รักตัวเองแอบนอกใจไปคบชู้กันจึงเกิดพื้นที่ว่างที่ทั้งสองคนต้องอยู่คนเดียวและได้มาทำความรู้จักกันโด
ยที่ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไม่ทำผิดเหมือนคนรักของตัวเอง
Casablanca : ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 'ริค' (Humphrey Bogart) ชาวอเมริกันที่อดีตเคยเป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ
ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของไนท์คลับที่โด่งดังที่สุดในคาซาบลังก้าสถานการณ์ของเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เยอรมัน
ถูกฆาตกรรมชิงเอกสารผ่านแดนจำนวน 2 ใบ และผู้ก่อเหตุได้นำมันมาฝากไว้กับริค
หนังเดินเรื่องรักสามเส้าและสงครามด้วยการมาของ 'ลัซโล' (Paul Henreid) ผู้นำการต่อสู้ใต้ดินกับ 'อิลซ่า' (Ingrid
Bergman) ภรรยาของเขาที่ต้องการเอกสารผ่านแดนสองใบดังกล่าวเพื่อเดินทางไปยังอเมริกา
และการมาของผู้พันสตรัสเซอร์จากเยอรมันซึ่งมีจุดประสงค์ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เอกสารผ่านแดนตกไปอยู่ในมือขอ
งลัซโล แล้วผู้ชมก็ได้รับรู้ว่าอิลซ่าเคยเป็นอดีตคนรักของริค และเธอได้ทิ้งเขาที่สถานีรถไฟในปารีส…

The Shining

เปิดความหลอนระดับตำนานกับ The Shining

หากย้อนเวลากลับไปในยุค 80 ภาพยนตร์ที่ใครหลายคนยังติดตาตรึงใจ และเป็นหนึ่งในสุดยอดหนังสยองขวัญเท่าที่เคยมีมาหลายคนคงนึกถึงหนังเรื่อง The Shining อย่างแน่นอน ซึ่งถูกปล่อยออกมาในยุคที่หนังสยองขวัญได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นยุคทองของหนังสยองขวัญอย่างแท้จริง ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาจากฝีมือของ สตีเฟ่น คิงส์ ยอดนักเขียนเขย่าขวัญระดับโลกเจ้าเดิมนี่เอง

สำหรับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของกฃุ่มคนครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วยพ่อแม่ และลูกชายที่ได้ย้ายไปอยู่โรงแรมที่มีอายุเก่าแก่ชื่อโอเวอร์ลุคหลังจากที่ผู้เป็นพ่อได้งานทำในตำแหน่งผู้จัดการโรงแรมทว่าในช่วงเวลานั้น แต่ด้วยความที่เป็นหน้าหนาวทำให้ไม่มีแขกมาเข้าพัก แต่ก็ต้องมีคนคอยเฝ้าตลอดเวลา และนั่นทำให้มีเพียงครอบครัวนี้ที่อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญในเรื่องนี้

เปิดมาเริ่มเรื่องเจ้าของโรงแรมได้บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาก่อนหน้านี้ว่าได้มีครอบครัวหนึ่งที่ทำงานเป็นคนดูแลเช่นเดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยพ่อแม่ และลูกสาวฝาแฝดวันดีคืนดีตัวพ่อเกิดอาการคลุ้มคลั่งฆ่าทิ้งทั้ครอบครัวด้วยการใช้ขวาน ส่วนตัวเองฆ่าตัวตายตามด้วยการยิงกรอกปากสำหรับหนังเรื่องนี้ค่อนข้างไปในแนวจิตวิทยามากว่าที่จะเป็นแนวลี้ลับสยองขวัญที่เกินความจริงมากเกินไป แต่ที่น่าสนใจคือตัวลูกชายในเรื่องที่มีความพิเศษสามารถมองเห็นผีได้จนถูกคนอื่นมองว่าเป็นเด็กพิเศษที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้โดยมีตัวละครลูกชายนำไปสู่ปมต่างๆ และความสยองขวัญในเรื่องนั่นเอง

แต่ข้อแตกต่างของหนังเรื่องนี้ก็มีอยู่ที่ต่างออกไปจากหนังสือนั่นคือการเล่นเรื่องได้สนุก แต่ถูกถ่ายทอดออกมาไม่เกินความจริงจนเกินไปเพราะจะทำให้คนดูไม่อินมากนัก อีกทั้งยังมีความลึกลับของตัวละคนแต่ละตัว โดยเริ่มเรื่องมาลูกชายที่มีสัมผัสที่หกได้เห็เด็กฝาแฝดคู่หนึ่งกำลังเล่นปาลูกดอก แม้จะได้รับการเตือนว่าไม้ให้เข้าใกล้ห้อง 237 แต่ด้วยความซนของเจ้าหนูแดนนี่ทำให้เขาป่นจักรยานสามล้อคู่ใจไปทั่วโรงแรมจนกระทั่งได้เจอกับฝาแฝดสาวคู่นี้ และได้ชวนให้แดนนี่ไปอยู่ด้วยกัน แต่ด้วยความกลัวทำให้เด็กชายรีบปิดตาตัวเองก่อนจะเปิดตาอีกครั้ง และพบว่าคนทั้งคู่ได้หายไปแล้ว

หลังเกิดเหตุการณ์แรกไม่นานแม่ และลูกกำลังเล่นปาหิมะกันอยู่ด้านนอกของโรงแรม แต่กลับเกิดพายุหิมะกระทันหัน และทำให้โทรศัพท์ถูกตัดขาดจากสัญญาณโลกภายนอก แต่ด้วยอาถรรพ์เวลาต่อมาทำให้ผู้เป็นพ่ออยู่ดีๆก็เกิดคงามรู้สึกว่าครอบครัวที่มีภรรยา และลูกเป็นตัวถ่วงการทำงานของเขาจนมีอารมณ์หงุดหงิดขี้โมโหจนนำไปสู่การเห็นภาพหลอนต่างๆนาๆ กระทั่งได้มีตอนหนึ่งที่แดนนี่ได้เดินเข้าไปในห้อง 237 ทำมห้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมาก่อนที่แม่จะเข้าไปช่วย และได้บอกเล่าเหตุการณ์แปลกประหลาดให้พ่อได้ฟัง ทว่าเขากลับไม่เชื่อ และมองว่าภรรยาของเขาได้เสียสติไปแล้วจึงคิดที่จะแยกทางกันจนทำให้เกิดเหตุการ์ประหลาดขึ้นเป็นหนที่สองเรียกได้ว่าเพิ่มความหลอนไปอีกมิติ

นอกจากเรื่องราวที่เดินเรื่องได้ดี และหลอนแบบสุดๆแล้วหนังเรื่องนี้ยังมีมุมภาพที่ยอดเยี่ยมให้อารมณ์ความสยองขวัญแบบสุดๆ แต่ก็แฝงไปด้วยข้อคิดอีกด้วยนั่นคือการสะท้อนให้เห็นว่าทุกวันนี้คนในสังคมต่างมีความหมกมุ่นยุ่งหยิงในชีวิตที่เต็มไปด้วยความกดดัน และถูกคาดหวังสูงตลอดเวลาเพราะเป้าหลักคือการมีชีวิตที่สุขสบายแต่การอยากสบายกลับเต็มไปด้วยความลำบากนั่นเอง…

4 ภาพยนตร์เกี่ยวกับสงคราม

4 ภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามที่คุณไม่ควรพลาด

การรับชมภาพยนตร์แน่นอนว่ารสนิยมของหลายๆคนนั้นก็ย่อมที่จะแตก
ต่างกันออกไป แต่ดูแล้วคงมีคนจำนวนไม่น้อยเลย
ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับหนังประเภทสงคราม
ที่ไม่เพียงแค่ไล่ฆ่าหรือยิงกันเท่านั้น
แต่ยังเต็มไปด้วยเนื้อหาที่อิงไปทางด้านของประวัติศาสตร์ช่วยให้ได้รับ
ความรู้อีกด้วย
วันนี้เราหยิบภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสงครามที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำ
ซึ่งจะมีเรื่องไหนบ้างไปดูกันได้เลย
1.Saving Private Ryan
Saving Private Ryan หรือชื่อไทย ฝ่าสมรภูมินรก
เป็นหนังที่ถูกฉายครั้งแรกในปี 1998 นำแสดงโดย ทอม แฮงค์
โดยเหตุการณ์ในเรื่องนั้นอิงประวัติศาสตร์ที่กองทัพอเมริกายกพลขึ้นบก
ยุทธการนอร์มังดีในวันดีเดย์ (6 มิถุนายน 1944) ซึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับ
ผู้กอง จอห์น มิลเลอร์
ที่ได้รับภารกิจให้เข้าช่วยเหลือลูกชายของครอบครัวตระกูลไรอัน
ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นเข้มเข้มสุดๆ จนทำให้คว้ารางวัลออสการ์
มาครองได้หลายรางวัลด้วยกัน
ถือว่าเป็นหนังดีที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งเรื่อง
2.Hacksaw Ridges
วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์ ถือว่าเป็นหนังใหม่สำหรับหนังสงคราม
โดยเข้าฉายเมื่อปี 2016 เป็นเรื่องราวของทหารอเมริกันรายหนึ่งนาม
เดสมอนด์ ที. ดอสส์
ที่ไปรับใช้ชาติโดยที่เขาเลือกที่จะไม่ใช้อาวุธหรือทำร้ายผู้ใด
และตั้งใจจะเป้นแพทย์สนามที่ดีให้ได้ เขาต้องขัดแย้งกับเหล่าครูฝึก
ผู้บังคับบัญชา เพราะความรั้น และดื้อที่ไม่ยอมจับปืนในค่ายฝึก
โดยเขาถูกส่งตัวไปยังเกาะโอกินาว่าเพื่อทำสงครามกับทหารญี่ปุ่น โดย
เดสมอนด์ ที. ดอสส์ นั้นมีตัวตนจริงๆ

เขาได้รับเหรียญกล้าหาญจากการรับใช้ชาติ
และได้เสียชีวิตด้วยโลกชราไปเมื่อปี 2008
3. Schindler's List
Schindler's List ชื่อไทย ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม
หนังสงคราวแนวอิงประวัติศาสตร์จากผู้กับกำมือทองอย่าง สตีเว่น
สปีลเบิร์ก เมื่อปี 1993 เป็นเรื่องราวของ ออสการ์ ชินด์เลอร์
ชายชาวออสเตรียที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของพรรคนาซี
เขาโดยเรื่องราวอันน่าประทับใจ
คือเขาได้ช่วยเหลือชาวยิวที่ตกเป็นเหยี่อของสงคราวเอาไว้ถึง 1000
คน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ถึง 7 สาขาเลยทีเดียว
4. The Pianist
The Pianist หรือ สงคราม ความหวัง บัลลังก์ เกียรติยศ
เป็นสุดยอดหนังสงครามสุดดราม่าขั้นเทพ
ที่เรียกน้ำตาจากใครหลายคน เป็นผลงานกำกับของ โรมัน โปลันสกี้
ผู้กำกับชาวโปแลนด์
ที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ส
อง ที่เยอรมันบุกรุกรานโปแลนด์
โดยทำการฆ่าล้างเผาพันธ์ยิวในโปแลนด์
ซึ่ง วลาดิสวาฟ ชปิลมันน์ นักเปียโนชื่อดังก็เป็นหนึ่งในนั้น
เขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
และได้รับการช่วยเหลือจากทหารชั้นผู้ใหญ่ของเยอรมันอย่าง
ร้อยเอกวิลเฮล์ม โฮเซนเฟด
โดยนั้นภาพยนตร์นั้นได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆมากมาย
ให้ความรู้สึกหดหู่
ถ้าคุณชอบศึกประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่จะชมภาพยนตร์เรื่อ
งนี้…

5 ภาพยนตร์ปิ๋วรางวัลลูกโลกทองคำ

5 ภาพยนตร์ปิ๋วรางวัลลูกโลกทองคำ 2018-07-08

1.Wonder Woman
นับเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สตรีเพศเรื่องแรกที่สร้างจากฝีมือผู้กำกับหญิงโดย
แท้จริง อย่าง แพตตี้ เจนกินส์ ที่เคยสร้างความประทับใจ
จนกลายเป็นเรื่องแจ้งเกิดมาแล้วกับ Monsterในปี 2003
โดยหลังจากที่กำกับซีรี่ส์บางตอนของ Entourage และเกือบได้วาดลวดลายกับ Thor:
The Dark World ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับให้ Wonder Woman และเซ็นสัญญากับ Wonder Woman
II

โดยค่าจ้างในการกำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่หญิงภาคต่อเรื่องนี้มากกว่าเดิมจ
นจัดได้ว่าเป็นผู้กำกับหญิงที่ได้ค่าตัวสูงสุด
แถมยังได้นักแสดงสาวมากความสามารถ ดีกรีนางงามอิสราเอล แกล กาโดต์
มารับบทเป็น Wonder Woman แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถมีชื่อเข้าชิงรางวัลใด ๆ
จากงานลูกโลกทองคำครั้งที่ 75

Get Out
ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ต้องผิดหวังอย่างน่าเสียดาย โดย
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องนี้ เป็นฝีมือของ จอแดน พีล
แม้ว่าหมู่นักวิจารณ์และคนดูจะให้เสียงชื่นชม Get Out เป็นพิเศษ
ด้วยเรื่องราวว่าด้วยหนุ่มผิวสีที่เดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของแฟนสาวผิวขาว
ก่อนที่ภาพยนตร์จะนำไปสู่ทิศทางที่คาดไม่ถึง
เป็นข้อพิสูจน์ว่าภาพยนตร์สยองขวัญไม่จำเป็นต้องซ้ำซาก
แต่ยังสามารถหาพลิกแพลงไปสู่แนวทางใหม่ ๆ ได้เสมอ

The Post
สูตรสำเร็จที่ไม่คิดว่าจะมีผู้เอาชนะได้
กับภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง
เนื้อหาเข้มข้นเกี่ยวกับเอกสารลับของเพนตากอนที่ถูกปกปิดของ
ร้อยเรียงผ่านฝีมือของสุดยอดผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก

โคจรมาพบกับสองนักแสดงนำรางวัลออสการ์อย่างเมอริล สตรีพ และทอม
แฮงค์ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์คุณภาพที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด
สุดท้ายแม้ว่า The Post ได้รับเลือกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 6 รางวัล
ใครจะคิดว่าพวกเขาต้องกลับบ้านมือเปล่า
Dunkirk
ภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ที่คริสโตเฟอร์ โนแลนเขียนบทด้วยตนเอง
เขาบอกว่าเนี่คือภาพยนตร์ที่ได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากที่สุดในชีวิต
และเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่หลายคน
มาถ่ายทอดเรื่องราวของทหารกล้าในสมรภูมิรบ รุ่นใหญ่ที่ดังที่สุดก็มีเพียงทอม
ฮาร์ดี้, เค็นเน็ธ บรานาจ กับเจ้าของรางวัลออสการ์สมทบชายอย่าง มาร์ก
ไรแลนส์เท่านั้น แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้วิธีเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด
ยากต่อการคาดเดาและลุ้นไปทุกวินาที แม้จะไม่ได้คว้ารางวัลไปครอง
แต่เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานภาพยนตร์สงครามอันดับต้น ๆ
ไปอีกนาน
Call me by your name
ภาพยนตร์ชายรักชายสุดโรแมนติกที่คว้ารางวัลมากมาย
จากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งลอสแอนเจลิส
ซึ่งถือเป็นสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ
กวาดมาทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม,
และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
แต่กลับไม่ถูกใจเหล่ากรรมการงานลูกโลกทองคำมากนัก
จึงทำได้เพียงมีชื่อเข้าชิง 3 รางวัล และไม่สามารถคว้ามาเชยชมได้
อย่างไรก็ตามด้วยการเดินเรื่องที่เป็นธรรมชาติ
มุมกล้องที่ให้ความรู้สึกราวกับภาพยนตร์ย้อนยุค และช่วงท้ายที่หักมุมเล็ก ๆ
คงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ตราตรึงไปในใจของหลายๆ คนไปอีกนาน…

อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1960 : Swiss Family Robinson

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1960
อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น คือ Swiss Family Robinson
หรือชื่อภาษาไทย ครอบครัวแห่งมหาสมุทร
ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายแนวผจญภัยของ โจฮันน์ เดวิด วีสส์
ภายใต้ฝีมือการกำกับของ เคน แอนนาคิน
เป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวสวิตเซอร์แลนด์
ที่ออกเดินทางตามหาดินแดนใหม่ แต่ระหว่างรอนแรมกลางทะเล
กลับประสบพบเจอพายุจนเรืออับปาง
จึงต้องใช้ชีวิตบนเกาะร้างไร้ผู้คนนานหลายปี
นั่นทำให้ภารกิจในการตามหาดินแดนใหม่
แปรเปลี่ยนให้พวกเขาพ่อแม่ลูกทั้ง 6 ชีวิต
ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างอดทนพากเพียร
เพื่อดำรงชีวิตรอดจากวิบากกรรมครั้งนี้ให้ได้
โดยมีชีวิตและครอบครัวเป็นเดิมพัน
โดย โยฮันน์ เดวิด วีสส์
เขียนเรื่องนี้โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมคลาสสิก
“Robinson Crusoe” ของ แดเนียล เดโฟ
เพื่อสอนบทเรียนการใช้ชีวิตแก่ลูกชายทั้งสี่ของเขา
ตลอดจนการรู้จักใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ และการพึ่งพาตนเอง
ซึ่ง Walt Disney
ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ไม่รอช้าที่จะนำเรื่องราวของ Swiss Family
Robinson
มาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยเทคนิคเทคนิคคัลเลอร์ไวด์สกรีน
ที่ใช้ทุนสร้างแค่ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ทำเงินทั่วโลกกว่า 100
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เหตุที่ Swiss Family Robinson
ฮิตติดลมบนเป็นหนังประจำครอบครัวของใครหลายคน
ย่อมหนีไม่พ้นช่วงเวลาในการออกฉายที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของ
ผู้คนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งต้องดิ้นรนอย่างหนักในการสร้างตัวและรักษาครอบครัว

สุดท้ายพวกเขาก็ได้พบสิ่งที่ต้องการ
นั่นคือครอบครัวที่เป็นสุข หาใช่ดินแดนใหม่ที่เป็นสุข
ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ที่ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยมากมาย
พร้อมช่วยปลุกกำลังใจให้มีแรงฮึดสู้ต่อ
แม้ท้ายที่สุดจะไม่มีใครทราบว่าชีวิตจะไปจบที่จุดไหน
โดยเรื่องนี้ได้ จอห์น มิลส์ สวมบทบาท วิลเลียม
ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวโรบินสัน ส่วน โดโรธี แม็คไกวร์ รับบท
เอลิซาเบ็ธ ซึ่งทั้งคู่มีลูกน้อยด้วยกัน 4 คน นามว่า ฟริตซ์ (เจมส์
แม็คอาร์เธอร์), โรแบร์ต้า (จาเร็ต มันโร), แอร์นส์ (ทอมมี่ เคิร์ค)
และ ฟรานซิส (เควิน คอร์โคราน)
ใครที่ต้องการแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนครอบครัวไปข้างหน้
าให้มีความสุขโดยไม่กระทบกับเป้าหมายของชีวิต ภาพยนตร์
Swiss Family Robinson หรือชื่อภาษาไทย
ครอบครัวแห่งมหาสมุทร
คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในช่วงวันหยุดพักผ่อน
อีกทั้งเนื้อหาที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยไม่เกี่ยงชั้นวรรณะ
ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่จะทำให้ลูกหลานของท่านได้เรียนรู้กา
รใช้ชีวิตผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้
หาใช่ละครไทยน้ำเน่าที่นิยมการแย่งผัวเมียและเต็มไปด้วยฉากตบ
ตี…