หนังมาใหม่

สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ กับตัวอย่างสุดท้ายสุดอลังการ

แฟนหนังแห่งโลกเวทมนตร์คงจะอดใจรอหนังเต็มกันไม่ไหวแล้ว
เมื่อได้เห็นตัวอย่างสุดท้ายสุดอลังการที่ทาง วอร์เนอร์ บราเธอร์ส
ได้ปล่อยออกมาให้ชมกัน สำหรับภาพยนตร์ที่แฟนๆ ทั่วโลกตั้งตารอคอยอย่าง

“Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald” ในชื่อภาษาไทยว่า
“สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์”
“Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald” ในชื่อภาษาไทยว่า
“สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์” ว่าด้วยเรื่องราวในปี ค.ศ. 1927
ไม่กี่เดือนหลังจาก “นิวท์ สคามันเดอร์”
ได้เปิดหน้ากากและจับตัวพ่อมดศาสตร์มืดตัวร้าย “เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์”

อย่างไรก็ดี ตามที่เขาลั่นวาจาไว้
กรินเดลวัลด์หลบหนีไปได้และรวบรวมสมัครพรรคพวกที่เดินตามรอยเขา
ยกย่องพวกผู้วิเศษไว้เหนือพวกสิ่งมีชีวิตที่ไร้เวทมนตร์
เพียงผู้เดียวที่อาจหยุดยั้งเขาได้คือพ่อมดที่เขาเคยเรียกว่าเป็นเพื่อนรักอย่าง “อัลบัส
ดัมเบิลดอร์”

แต่ดัมเบิลดอร์จะต้องการความช่วยเหลือจากพ่อมดที่เคยจัดการกรินเดลวัลด์มาแล้วครั้ง
หนึ่งนั่นคือ “นิวท์ สคามันเดอร์” อดีตนักเรียนของเขา การผจญภัยครั้งนี้ทำให้นิวท์และ
ทีน่า ควีนนี่ และเจค็อบ ได้กลับมาพบกัน
แต่ภารกิจนี้จะรวมถึงการทดสอบความซื่อสัตย์ของพวกเขา
กับการได้เผชิญความเสี่ยงใหม่ๆ ในภยันตรายที่เพิ่มมากขึ้น
และโลกของผู้วิเศษที่แตกแยก

โดยภาพยนตร์ชุดนี้ ถือเป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ในโลกเวทมนตร์ชุดใหม่ของ เจ.เค.
โรว์ลิ่ง ผลงานการกำกับของ เดวิด เยทส์ จากการเขียนบทเองของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง
พร้อมด้วยทีมงานคุณภาพคับคั่ง อำนวยการสร้างโดย เดวิด เฮย์แมน, เจ.เค. โรว์ลิ่ง,
สตีฟ โคลฟส์ และไลโอเนล วิแกรม

และที่ขาดไม่ได้
คือทีมนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการที่ยกขบวนมาทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่
ไม่ว่าจะเป็น เอ็ดดี้ เรดเมย์น (นิวท์ สคามันเดอร์), จู๊ด ลอว์ (อัลบัส ดัมเบิลดอร์
เวอร์ชั่นหนุ่ม), จอห์นนี่ เดปป์ (เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์), เอซรา มิลเลอร์ (ครีเดนซ์
แบร์โบน), แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน (ทีน่า โกลด์สตีน), แดน ฟ๊อกเลอร์ (เจคอบ
โควัลสกี), อลิสัน ซูดอล (ควีนนี่ โกลด์สตีน) พร้อมด้วย คลอเดีย คิม (มาเลดิกตัส), โซอี้
คราวิทซ์ (ลีตา เลสแตรงจ์), คัลลั่ม เทอร์เนอร์ (ธีซีอุส สคามันเดอร์) เป็นต้น


5 ตลกฮาสุดในไทย

มาที่คนแรก นาย เจริญพร อ่อนละม้าย หรือ โก๊ะตี๋ อารามบอย ชื่อเดิม คือ โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก เข้าวงการด้วยวัยเพียง 14 ปี
โดยร่วมงานกับตลกคณะ เอ็ดดี้ ผีน่ารัก ตอนนั้นใช้ชื่อ โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก เพราะไว้ผมโก๊ะ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น โก๊ะตี๋
อารามบอย เนื่องจากได้มีชื่อเสียงจากภาพยนตร์ โก๊ะตี๋
วีรบุรุษอารามบอยและได้แยกออกมาตั้งคณะตลกเป็นของตัวเอง

มาถึงตลกหญิงอย่าง สุดารัตนาเทวี บุตรพรม หรือ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย เป็นพิธีกรและนักแสดงตลกหญิงที่มากความสามารถ
เป็นคน จ.อุดรธาณี เข้าร่วมทำงานกับพี่ๆแก็งค์สามช่าเมื่อปี พ.ศ.2548 และได้เริ่มเล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 2548
เช่นกัน โดยได้เล่นเป็นนักแสดงประกอบ จนได้เข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว

มาถึงอีกหนึ่งหนุ่มหล่อ บริบูรณ์ จันทร์เรือง หรือ พี่ตั๊กของเรานี่เอง เข้าวงการด้วยการประกวด โดมอนมินิ (รุ่นเด็ก)
ในปี พ.ศ. 2532 โดยได้อันดับ 2 จากการประกวดในครั้งนั้น ทำให้เป็นที่สนใจมากขึ้น จึงทำให้มีงานเดินแบบตามมา
ต่อมาได้ร่วมงานกับ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ในเอ็มวี เพลงเท้าไฟ จนนำไปสู่การเล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในปี พ.ศ. 2535
ชื่อเรื่อง รองต๊ะแล่บแปล๊บ

ต่อด้วย โรเบิร์ต สายควัน เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงตลกที่มาแรงมากในยุคนี้ ไพฑูรย์ พุ่มรัตน์ ชื่อเล่น หมั่ง
แต่จะรู้จักกันในชื่อ โรเบิร์ตสายควัน พ่อเป็นชาวอเมริกันผิวดำ (แอฟริกัน – อเมริกัน)
แม่เป็นชาวไทยที่อาศัยอยู่ในสลัมคลองเตยต่อมาพ่อและแม่ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่อเมริกาทิ้งให้เขาและน้องสาวอีก 1
คนต้องอาศัยอยู่กับยายที่ประกอบอาชีพหมอนวดแผนไทย

จากนั้นไพฑูรย์ได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการตลกอย่างเต็มตัวเมื่อ โจ้ สายัณห์ ดอกมะดัน
รุ่นพี่ในวงการลิเกซึ่งตอนนั้นได้ไปอยู่ในคณะของ ดี๋ ดอกมะดัน ได้ชักชวนให้เขาไปอยู่กับคณะ มันจะฮา ของ ชา
ฉิ่งฉับ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อคณะเป็น บิ๊กแชมป์ แต่เป็นตลกที่มีความผิดพลาด ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
เนื่องจากโตมาในสลัม มีเพื่อนฝูงที่ยุ่งอยู่กับสิ่งพวกนี้ พอได้ลองครั้งแรก ก็จะมีครั้งต่อๆไปตามมา แต่ปัจจุบัน โรเบิร์ต
สายควัน เป็นเพียงฉายาในวงการเท่านั้น เขาได้กลับตัวกลับใจเลิกยุ่งกับยาเสพติดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปิดท้ายกันที่ ตามกันมากับ พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ ชื่อเล่น เท่ง รู้จักกันในนาม เท่ง เถิดเทิง
เป็นอีกหนึ่งในแก็งค์สามช่ามีชื่อเสียงจากการเป็นดาวตลก โดยเริ่มเล่นตลกกับคณะเชิญยิ้ม โดยใช้ชื่อว่า ตู้ เชิญยิ้ม
และได้กลายเป็นนักแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง และประกอบอาชีพหลายอย่าง ตั้งแต่ เล่นลิเก (มีคณะลิเกชื่อว่า
ลิเกครื้นเครง เท่ง เถิดเทิง) ถีบรถสามล้อ ปัจจุบันเป็นนักแสดงตลกและพิธีกรในสังกัด
รวมถึงเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ให้แก่ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)…

สล็อต – วิธีการเล่น

เครื่องสล็อตอยู่ในหมู่เกมที่ง่ายที่สุดของโชคในคาสิโนในการเล่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอุทธรณ์ของพวกเขาไปเล่นการพนันจำนวนมากในชีวิตเช่นเดียวกับคาสิโนออนไลน์ เกมไม่มีข้อบังคับหรือเทคนิคที่คุณจะต้องเข้าใจในการเล่น ถ้าคุณต้องการคุณสามารถเริ่มต้นด้วยเกมทันทีหลังจากคำอุปมาเล็กน้อย

เครื่องสล็อตพื้นฐาน

วิธีการทำงานของเครื่องผลไม้ขั้นพื้นฐานทำได้ง่าย ผู้เล่นวางเหรียญและเปิดตัวสล็อตแมชชีน ในกรณีที่ภาพการจับคู่สามรูปปรากฏที่เส้นกึ่งกลางผู้เล่นจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งจำนวนเงินที่คุณได้รับอยู่ในความหายากของไอคอนเฉพาะ สำหรับสัญลักษณ์บางตัวคุณจะได้รับเงินแม้ในกรณีที่ไม่มีการแข่งขัน เชอร์รี่เป็นไอคอนซึ่งผู้เล่นจะได้รับเงินเสมอ ในกรณีอื่น ๆ ลักษณะอาจเป็น “ป่า” และใช้เป็นภาพอื่น ๆ ภาพ “ป่า” นี้มักจ่ายมากกว่าการจ่ายแบบดั้งเดิม

เครื่องสล็อตร่วมสมัย

วันนี้เครื่องผลไม้มีความเรียบง่ายมากขึ้น ในคาสิโนการพนันหลายแห่งเป็นไปได้ที่จะได้รับบัตรพิเศษซึ่งใช้เป็นบัตรเดบิต / เครดิต คุณใส่การ์ดในเครื่องผลไม้และทุกครั้งที่คุณดึงที่จับจำนวนเงินที่ถูกต้องจะถูกหักออกจากบัตรของคุณและ / หรือเพิ่มถ้าคุณประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ไม่จำเป็นต้องดึงที่จับ – มีปุ่มบนเครื่องสล็อตทำให้วงล้อที่จะม้วน

เครื่องสล็อตหลายเหรียญ

เครื่องสล็อตส่วนใหญ่ในวันนี้อาจทำตามหลักการหลายเหรียญ กล่าวอีกนัยหนึ่งผู้เล่นสามารถใส่เหรียญได้มากกว่าหนึ่งเหรียญต่อครั้ง ในกรณีนี้เหรียญโบนัสสามารถเพิ่มจำนวนที่คุณชนะหรือให้คุณชนะในแถวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เส้นศูนย์

เครื่องสล็อตออนไลน์

เครื่องผลไม้ออนไลน์ทำงานพื้นฐานเช่นเดียวกับความแตกต่างอยู่ในความเป็นจริงที่คุณเพียงแค่คลิกและลากด้วยเมาส์ของคุณแทนที่จะดึงที่จับหรือใส่เหรียญ หากคุณเป็นแฟนสล็อตคุณควรท่องอินเทอร์เน็ตจริงๆและพยายามทดสอบทุกอย่างที่พร้อมใช้งาน
บทความเรื่องนี้และบทความที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ เกี่ยวกับสล็อต, craps, bingo, baccarat และเกมอื่น ๆ ของความโชคดีมีอยู่ในคู่มือการเล่นการพนันในสหรัฐอเมริกา [http://usa-gambling-guide.com] แหล่งข้อมูลนี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจเคล็ดลับสำหรับการเรียนรู้ทักษะและข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับเกมที่แตกต่างกันของโอกาส ขอแสดงความนับถือ Johan Hahn …

เรื่องย่อไบค์แมน ศักรินทร์ ตูดหมึก

วันที่เข้าฉาย: 20 กันยายน 2561
ประเภท: คอมเมดี้
ดารานำ: พชร จิราธิวัฒน์
นักแสดงสมทบ: เจนนิเฟอร์ คิ้ม

เรื่องย่อ
ศักรินทร์ (พีช พชร) หนุ่มอายุ 25 ที่ตกงานเขาจึงต้องหารายได้หลัก ๆ
จากการเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ซึ่งมันคงจะไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากถ้าเค้าดันไม่ได้โกหก แม่ (เจนนิเฟอร์ คิ้ม)
กับยายของเค้าเอาไว้ว่าเค้าเป็นพนักงานแบงค์ที่กำลังจะได้รับการโปรโมทให้เป็นรอง
ผู้จัดการแบงค์ ในเร็ว ๆ นี้ ทุกเช้า
ศักรินทร์จะต้องเริ่มต้นโกหกด้วยการใส่เสื้อเชิ้ตผูกไทด์ดูภูมิฐานออกไปจากบ้าน
ก่อนที่จะไปแอบเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดทับเสื้อกั๊กสีส้มดูสมกับเป็นวินมอเตอร์ไซค์ที่วินที่เค้า
ทำงานอยู่โดยมีพี่หลง (โรเบิร์ต สายควัน) และเบ๊
เป็นเพื่อนร่วมวินที่รู้เรื่องของเค้ามาตลอด วันหนึ่งเค้า กลับพบกับ จ๋าย (ฝน
ศนันธฉัตร)
เพื่อนสาวสมัยเด็กที่บังเอิญย้ายมาเป็นสาวพนักงานแบงค์ตัวจริงใกล้กับวินที่เค้าทำงา
นอยู่ ในวันที่เจอกันศักรินทร์ได้รู้ว่าจ๋ายมีแฟนแล้ว คือ เอ (โอ๊ต ปราโมทย์)
ผู้ช่วยผู้จัดการแบงค์ที่ทำงานที่เดียวกับจ๋าย
ศักรินทร์จะเก็บความลับนี้ไปได้ตลอดหรือไม่ ติดตามได้ ใน ไบค์แมน ศักรินทร์
ตูดหมึก…

Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ

Hidden Figures ทีมเงาอัจฉริยะ ว่าด้วยเรื่องราวที่ไม่ได้รับการเปิดเผยสุดทึ่งของ
แคทเธอรีน จอห์นสัน รับบทโดย ทาราจิ พี. เฮนสัน (Taraji P. Henson), โดโรธี วอห์น
รับบทโดย ออกเตเวีย สเปนเซอร์ (Octavie Spencer) และ แมรี แจ็คสัน รับบทโดย จาเนล
โมเน (Janelle Monáe) สาวแอฟริกันอเมริกันผู้ชาญฉลาดที่ทำงานให้ NASA
โดยทำหน้าที่เป็นผู้ระดมสมองในภารกิจที่ยิ่งใหญ่สุดแห่งประวัติศาสตร์ นั่นคือ
การส่งมนุษย์อวกาศ จอห์น เกล็นน์ รับบทโดย เกลน โพเวล (Glen Powell) เข้าสู่วงโคจร
ซึ่งความสำเร็จนี้จะสร้างความเชื่อมั่นของคนในประเทศให้กลับคืนมา
โดยต้องเดินทางรอบ Space Race และเปลี่ยนแปลงโลก
หญิงสาวผู้ชาญฉลาดได้ก้าวข้ามผ่านทุกเพศและทุกเชื้อชาติ
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่าง ๆ คิดฝันการใหญ่

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คงต้องยกให้นักแสดงนำทั้งสามคน ได้แก่ ทาราจิ พี.
เฮนสัน, ออกเตเวีย สเปนเซอร์ และ จาแนล โมเน
ที่แค่ฉากแรกก็สร้างรอยยิ้มต้อนรับผู้ชมได้เป็นอย่างดี
และทั้งสามคนนี้ก็กลายเสาหลักให้ภาพยนตร์มีความน่าสนใจตลอดทั้งเรื่อง
ด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไปกลายเป็นสามสาวสามสไตล์ที่สนิทกัน
แม้ว่าเส้นเรื่องของภาพยนตร์จะเน้นหนักไปที่ ทาราจี พี. เฮนสัน ที่สวมบทบาทเป็น
แคทเธอรีน จอห์นสัน
แต่ถึงกระนั้นเรื่องราวของเพื่อนอีกสองคนก็ไม่ได้ถูกลดทอนลงไป
แต่ละคนต่างมีเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาให้ชมอย่างเท่าเทียมกัน

เหตุการณ์ในภาพยนตร์เกิดขึ้นในยุคที่สหรัฐอเมริกายังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสีผิว
และเพศเป็นหลัก ดังนั้น ภาพยนตร์แทบทั้งเรื่องได้แตะประเด็นนี้ตลอดเวลา
ซึ่งแน่นอนว่าสาว ๆ
ทั้งสามเสมือนเป็นพลเมืองชั้นที่สองหรือสามของประเทศแห่งเสรีภาพนี้ไปโดยปริยาย
ระหว่างที่ชมก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นบนแผ่นดินสหรัฐฯ จริง ๆ

ใช่หรือไม่ อาทิ การแยกห้องน้ำระหว่างคนผิวขาวและผิวสี
การแบ่งแยกห้ามใช้จักรยานส่วนรวมร่วมกัน
การแบ่งแยกห้ามใช้เครื่องชงกาแฟร่วมกัน การแบ่งแยกการใช้ห้องสมุด
การแบ่งแยกการเข้าเรียนในสถานศึกษา และอีกนานัปการที่จะจินตนาการได้
ซึ่งความรู้สึกของคนผิวสีที่ต้องใช้ชีวิตในลักษณะนี้ก็สามารถส่งผ่านมาถึงผู้ชม
และเชื่อได้ว่าในโลกความเป็นจริง
สิ่งที่คนผิวสีต้องเผชิญน่าจะรุนแรงต่อจิตใจมากกว่าที่เห็นอย่างแน่นอน

โดยส่วนตัวแล้ว ฉากที่พีคที่สุดคงหนีไม่พ้นฉากที่ เควิน คอสต์เนอร์ (Kevin Costner)
รับบทเป็น อัล แฮร์ริสัน ระดับหัวหน้าปฏิบัติการเดินถือฆ้อนไปที่หน้าห้องน้ำหญิง
และทุบป้ายที่ระบุว่า Colored Ladies Room ทิ้ง
ซีนนี้แทบไม่ต้องใช้เพลงช่วยบิ้วอารมณ์แต่อย่างใด
แต่น้ำตากลับรื้นและไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
ถือเป็นอีกหนึ่งฉากที่ทรงพลังและได้ใจที่สุดในภาพยนตร์ที่ทำให้เห็นว่าการกำแพงที่
แบ่งแยกระหว่างคนสองผิวสีเริ่มพลังทลายลง
และทำให้คนสองสองผิวสีได้พูดคุยกันในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมกันอย่างที่มันควรจะเ
ป็น

ภาพยนตร์ไม่ได้เน้นไปที่ทฤษฎีใด ๆ ทั้งสิ้น
แต่ภาพยนตร์โฟกัสไปที่เรื่องราวของทั้งสามสาวดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ดังนั้น
หากใครคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องเข้าใจยาก
หรือต้องมีพื้นความรู้เกี่ยวกับอวกาศก่อนเข้าไปดูหรือไม่ แทบไม่มีความจำเป็นเลย
ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เปิดประตูต้อนรับให้เด็กสายวิทย์ที่คิดจะเป็นนักวิทยาศาสตร์
นักคณิตศาสตร์ หรือปัญญาชนไอคิวสูงเข้าไปชม
แต่ได้เปิดประตูให้ทุกคนที่ต้องการแรงบันดาลใจในชีวิตเข้าไปชมมากกว่า

จากข่าวก่อนหน้านี้ที่หนึ่งในนักแสดงนำของเรื่อง ออกเตเวีย สเปนเซอร์
ถึงกับออกเงินปิดโรงภาพยนตร์และเปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีรายได้น้อยหรือกลุ่มคนที่ด้อ

ยโอกาสเข้าไปชมนั้น (ออกเตเวีย สเปนเซอร์ เหมาโรงฉาย Hidden Figures
ให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าชม)
ในตอนแรกก็ไม่คิดว่าภาพยนตร์จะมีพลังอะไรที่สร้างกำลังใจให้ขนาดนั้นหรือไม่อย่า
งไร แต่หลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็รู้สึกได้เรียนรู้ ได้เติมเต็ม
และได้แง่คิดหลายอย่างจากผู้หญิงสามคนนี้จริง ๆ

แคทเธอรีน จอห์นสัน
อดทนอดกลั้นต่อทุกแรงกดดันในหน้าที่การงานจนพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าตัวเธอนั้นมีดีม
ากกว่าสีผิวและเพศ โดโรธี วอห์น ตั้งใจทำงานในหน้าที่ของตัวเอง
รวมไปถึงดูแลรับผิดชอบงานให้กับลูกทีมคนอื่น ๆ โดยไม่ทิ้งกัน
แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เป็นหัวหน้าก็ตาม แมรี แจ็คสัน
เจอข้อจำกัดเรื่องสีผิวและเพศกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่สามารถทำให้เธออยู่ในตำ
แหน่งงานที่อยากจะทำได้ ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
หาหนทางทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองตามกติกาที่ฝ่ายบุคคลได้ตั้งไว้
เมื่ออัจฉริยะไม่เกี่ยวกับชนชาติ ความเข้มแข็งไม่ได้ดูที่เพศ
และความกล้าหาญนั้นไร้ขีดจำกัด
ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวมานี้คือแรงสำคัญที่สร้างสรรค์กำลังใจให้กับทุกคนได้ดียิ่ง…

รีวิว Blumhouse

บางบุคคลบอกว่าหนังประเด็นนี้ห่วยแตกมากๆคิดว่าไม่เท่าไรนะ
เพียงแค่ไม่หวือหวามากมายเพียงเท่านั้น ก็เลยลองเช่ามาดู อืมก็ดีนี่นา
คือเรื่องของกลุ่มเพื่อนที่ไปพักร้อนที่ประเทศเม็กซิโก
และมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งชวนไปเล่นเกท Truth or Dare ในโบสถ์แห่งหนึ่ง
แต่ว่าพอพวกเขากลับบ้านเกมนั้นมันไม่หยุด
มันยังก้าวเดินต่อไปแล้วก็ทุกคนจำเป็นต้องเลือกว่า Truth หรือ Dare ถ้าไม่เลือกหรือไม่เล่นจะต้องตาย
สำหรับเรื่องของการถ่ายทำ มุมกล้องสั่นมาก เหมือนกลับว่าไม่ได้ใช้ Stabilizer
เหมือนมุมกล้องหนังสั้นของนักศึกษาเลย แต่ยังดีทีมีหน้าฟิวเตอร์ที่ยิ้มหลอนๆดูแล้วขนหัวลุกอยู่เหมือนกัน
นักแสดงที่โดดเด่น คงจะเป็น Lucy Hale กับ Violett Beane
รู้สึกเล่นดีสุดละ คนอื่นไม่โดดเด่นเลย ส่วนบทหนังก็เก่ามากๆหนังไม่ซับซ้อนเลย
ดูไม่เครียด จุดไคลแม็กซ์ดูเว่อร์ดี แต่คนเขียนบทส่งเจตนาเกินว่าจะเอาคนไหนรอด
คนตายก็ตายไป แบบเหมือนเขียนกฎของเกมเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆระหว่างเล่นอ่ะ
มองยัดเยียดไปหน่อยนึงอ่ะ หากปล่อยให้ลุ้นมั่งก็ดีดิ นี่แบบคนนี้ต้องตาย คนนั้นต้องรอดมันชัดเกินอ่ะ
สิ่งที่จะแนะนำคือ อย่าคิดมาก ดูๆไปมันก็ไม่เหนื่อยขนาดนั้นดูจนจบได้ สรุปคือ
หนังที่ดูได้เรื่อยๆไม่น่าเบื่อจนทำให้คิดว่าคือนั่งดูได้เพลินๆหากคนไหนต้องการดูหนังที่ไปเรื่อยๆ
ไม่คิดมากแบบเรื่องนี้หรือใครต้องการเห็นหน้าหลอนๆมุมกล้องสั่นๆก็ลองไปเช่าดูได้ที่ iTunes
ซื้อในราคา 499 บาท แล้วก็เช่าในราคา 129 บาท Google Play ซื้อในราคา 400 บาท
และก็เช่าในราคา 160 บาทแนะนำว่าเช่าดูดีกว่าเนอะ ซื้อก็ราคาแอบแพงอยู่เหมือนกัน
รอเรื่องทีสนุกกว่านี้ดีกว่าค่อยตัดสินใจซื้อ ดีกว่านะ…

รีวิว Halloween : 40 ปีไม่สายที่จะล้างแค้น

นับว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่มีการสร้างภาคต่อมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับ Halloween ที่ในเวอร์ชั่นปี 2018 ได้ เดวิด กอร์ดอน กรีน (David Gordon Green) และยังคงได้นักแสดงรุ่นเก๋า เจมี ลี เคอร์ติส (Jamie Lee Curtis) ที่เป็นนักแสดงหลักตั้งแต่ภาคแรก Halloween (1978), Halloween II (1981), Halloween H20: 20 Years Later (1998) และ Halloween: Resurrection (2002) จนมาถึงภาคล่าสุดที่จะเข้าฉายให้คอหนังบ้านเราได้ชมกันในสิ้นเดือนนี้ต้อนรับวันฮาโลวีนพอดิบพอดี

Halloween ว่าด้วยเรื่องราวของ ลอว์รี สโตรด เผชิญหน้ากับ ไมเคิล ไมเออร์ส มนุษย์หน้ากากที่ออกล่าเธอ นับตั้งแต่ที่เธอหนีตายอย่างหวุดหวิดมาได้ในค่ำคืนฮาโลวีนเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน เชื่อว่าใครที่เป็นคอหนังสยองขวัญแบบไล่เชือดฆ่าไม่ยั้งและติดตาม Halloween มาตั้งแต่ภาคแรกไม่ครพลาดชมภาคนี้แน่นอน เพราะจากที่เห็นในตัวอย่างที่ถูกปล่อยออกมาก็สร้างความสะพรึงได้เป็นอย่างดี

แม้โดยส่วนตัวจะไม่ได้ติดตามแฟรนไชส์ Halloween ทุกภาค แต่ก็พอจะได้รับรู้และเห็นความโหดอำมหิตของเจ้าฆาตกรต่อเนื่องคนนี้มานานนม และได้เตรียมใจไปพบกับความตื่นเต้นมาอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าหนังก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ลีลาการตามล่าเหยื่อและจับมีดเชือดของ ไมเคิล ไมเออร์ส ก็ยังคงสร้างความหวาดผวาแก่ผู้ชมได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่หนังจัดเรต R เราจึงได้เห็นการแทงแบบจะๆ แต่ก็ยังดีที่บางฉากเช่นการหักคอ ฉีกปาก ยังมีแค่เสียงให้ได้ยิน ถ้าได้เห็นภาพคงได้เป็นลมกันคาเบาะพอดี

ต้องยอมรับว่าหนัง Halloween ในภาคนี้ได้สร้างความสนุก ตื่นเต้น ครบรสกันแบบเกินคาดทีเดียว โดยเฉพาะวิธีการเล่าเรื่องที่มีความคล้ายคลึงกับหนังสยองขวัญสมัยก่อน แถมยังมีการสับขาหลอกให้คนดูอย่างเราได้ลุ้นกันแทบใจหาย (แต่ใครที่เป็นคอหนังแนวนี้น่าจะเดาทางกันถูก) และจัดหนักจัดเต็มกันแบบไม่มีออมมือกันเลย อีกทั้งเรายังได้เห็นตัวละครเก่าๆ ที่เคยมีบทบาทในภาคก่อนๆ ออกมาให้เห็นพอได้หายคิดถึงกันหลายต่อหลายตัว ในส่วนของนักแสดงนำอย่าง เจมี ลี เคอร์ติส (Jamie Lee Curtis) ก็ยังคงไว้ลายการแสดงได้ดีเหมือนเคย

เรียกได้ว่าในภาคนี้ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังความหญิงออกมาได้อย่างชัดเจน ผ่านตัวละครของ 3 สาวต่างวัย เริ่มตั้งแต่ ลอว์รี สโตรด รับบทโดย เจมี ลี เคอร์ติส (Jamie Lee Curtis) คุณยายสุดโหดที่ถ่ายทอดวิชาป้องกันตัวให้กับ แคเรน รับบทโดย จูดี เกรียร์ (Judy Greer) ผู้เป็นลูกสาวมาตั้งแต่ยังเด็ก ต่อด้วยรุ่นหลาน แอลลิสัน รับบทโดย แอนดี เมตติแชก (Andi Matichak) ที่แม้จะไม่โหดแต่ก็มีความอึด ทึก ทน ไม่แพ้ยายและแม่ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนแล้วแต่มีความเข้ากันกับยุคสมัยปัจจุบันที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเพศหญิงซึ่งไม่ใช่เพศที่อ่อนแอและถูกรังแกอีกต่อไป…

The Shawshank Redemption หนังดีที่ควรดู

หากจะพูดถึงหนังแนวแหกคุก
หลายคนคงจะนึกไปถึงฉากแอคชั่นบู๊ระห่ำสุดมันส์
ที่ต้องเอาตัวรอดหรืออะไรต่างๆ มากมาย แต่มีอยู่หนึ่งเรื่อง
ที่เป็นแนววางแหกคุกเช่นกัน นั่นก็คือ The Shawshank Redemption
ภาพยนตร์ยุค 90 ที่ยังเป็นที่พูดถึงกันอยู่
โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้กัน
ว่าทำไมหลายคนถึงชื่นชอบและยกให้เป็นหนึ่งภาพยนตร์ในดวงใจกันเ
ลยทีเดียว
สำหรับ The Shawshank Redemption เป็นเรื่องราวของ ดูเฟรน
นายธนาคารวัยหนุ่มถูกศาลสั่งให้จำคุกตลอดสองช่วงอายุขัย
ในฐานความผิดตั้งใจฆ่าถึงสองคน
ซึ่งนั้นก็คือภรรยาของเขาเองและเธอถูกฆ่าในขณะที่กำลังประกอบกิจก
รรมทางเพศกับชายผู้อื่นที่เป็นโปรกอลฟ์
เมื่อดูเฟรนเข้ามายังคุกที่ชื่อว่า Shawshank
เขาต้องพบกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ทารุณ
สังคมที่อยู่เบื้องหลังความสวยงามศรีวิลัย
สังคมที่ถูกกีดกันจากโลกภายนอก สังคมที่ไม่มีใครต้องการ
ต้องถูกกักขังให้มีชีวิตอันแสนลำเค็ญเป็นการชำระกับสิ่งเลวร้ายที่พวกเ
ขาได้ทำลงไป
แต่หากคุณถามคนที่คุก Shawshank
ว่าพวกเขาทำอะไรผิดมาถึงต้องมาติดคุก?
ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ผมบริสุทธ์ หรือไม่ก็ ทนายมันห่วย
จะจริงหรือไม่จริงก็คงไม่สำคัญหรอกเพราะมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงส
ภาพที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่เป็นแน่
มันก็เป็นแค่ประโยคที่พวกเขาใช้พูดเพื่อปลอบใจตัวเองเท่านั้นเอง
ซึ่ง ดูเฟรน นั้นเป็นคนเงียบๆและเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
เขาใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะเอ่ยปากคุยกับเพื่อนซักสองสามคำ
และคนแรกก็คือ เรด ชายผิวดำมีอายุ

ที่ดูจะเป็นผู้ที่ฉลาดที่สุดในคุกนี้แล้ว และเรดผู้นี้ก็กลายเป็นคนที่ ดูเฟรน
จะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
โดย เรด คนที่มีอารมณ์เย็น มีหัวคิด เขาอยู่ที่นี้มานาน
เขาจึงมีสิทธิพิเศษเล็กน้อย ที่จะลักลอบทำอะไรได้นิดหน่อย
นั้นคือนำของจากภายนอกเข้ามาในคุก พวกบุหรี่ รูปสาวสวย
หรือของเล่นชิ้นเล็ก ๆ และสิ่งที่ดูเฟรน ขอจากเฟรดคือ ค้อนแกะสลัก
เนื่องจากดูเฟรนเป็นคนที่ชอบการแกะสลัก
เขาใช้เวลาว่างส่วนมากหมดไปกับค้อนอันเล็กที่ได้มาและหินที่เขาจะหา
ได้ ทั้งไกลและใกล้ตัว
ชีวิตของ ดูเฟรน ที่นี้ได้เจอกับผู้คนมากมาย ทั้งที่เป็นมิตร
และเป็นศัตรู คุณจะได้เห็นถึง
มิตรภาพระหว่างคนที่ไม่มีอะไรเหลือในชีวิต
คนที่ใช้ชีวิตไปในคุกเพียงเพื่อรอความตาย ผ่านการเล่าอันสมจริง
และสะเทือนอารมณ์ผู้ชมโดนตรง
มันน่าทึ่งมากคุณต้องลองไปติดตามชมกันเอง

เกร็ดที่น่าสนใจภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าชิงออสการ์แต่ไม่ได้สักรางวัลเลย
เนื่องจากในปีนั้นต้องชนกับสุดยอดภาพยนตร์อย่าง Forrest Gump
นอกจากนี้คะแนนในเว็บ imdb ก็ครองที่หนึ่งตลอดกาลเลยทีเดียว…

2 ภาพยนตร์ที่แฟนๆมาเวลรอคอยการมามากที่สุด

มาเวล ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงนับตั้งแต่ที่ได้เปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้การจะกึงซุปเปอร์ฮีโร่มาทำเป็นหนังทางมาเวลต้องให้ทางค่ายอื่นซื้อไปส
ร้าง เพราะพวกเขายังไม่สามารถผลิตหนังเองได้
โดยมาเวลถือได้ว่าเป็นค่ายการ์ตูนที่ดังที่สุดของอเมริกา
และประสบความสำเร็จจากการสร้างซุปเปอร์ฮีโร่เป็นร้อยๆชีวิตขึ้นมาโลดแล่นอยู่ในหน้าหนังสือ
จนปัจจุบันที่มาเฉิดฉายอยู่ในจอเงินอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้
และนับตั้งแต่ไอรอนแมนภาคแรกเข้าฉายนั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่ามาเวลพร้อมแล้วที่จะเดินห
น้าต่อด้วยขาของตัวเอง
เพราะนับจากนั้นพวกเขาตัดสินใจทำสตูดิโอขึ้นมาเองพร้อมซื้อลิขสิทธิ์ตัวละครบางตัวกลับม่อีก
ครั้ง และในปีหน้านี้ก็จะมีภาพยนตร์จากมาเวลอีกสองเรื่องที่แฟนๆหลายคนรอติดตามอยู่
จะเป็นเรื่องใดไปติดตามกันเลย
อเวนเจอร์ อินฟินิตี้วอร์ 4
ประสบความสำเร็จชนิดที่ต้องบอกว่าถล่มทลายจริงๆ ซึ่งก็เป็นที่คาดการไว้ว่าอเวนเจอร์ อินฟินิตี้
วอร์ 3 จะเป็นหยนังฟอร์มยักษ์ทำเงินแห่งปี เพราะถือได้ว่าเป็นที่สุดของมาเวลแล้ว
โดยการออกฉายในภาคนี้ได้รับเสียงตอบรับดีสุดๆแถมยังทำรายได้มหาศาลทั่วโลกและทำให้ผู้
ชมตื่นตาตื่นใจไปกับการต่อสู้ระหว่างการรวมพลังของอเวนเจอร์ และพันธมิตรกับทานอส
วานร้ายตัวฉกาจที่ยากจะต่อกร
โดยหนังถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยมแถมแฟนหนังยังได้เห็นซุปเปอร์ฮีโร่ออกมาปรากฏกายเกือบค
รบหน้า และทำให้ภาค 4
ที่จะเข้าฉายในปีหน้าสาวกมาเวลต่างตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อนั่นเพราะในภาค 3
ทานอสสมหวังด้วยการล้างบางประชากรไปครึ่งจักรวาลรวมถึงอเวนเจอร์เองที่ถูกทำให้หายไปห
ลายคน
และที่น่าสนใจมากๆคือการที่แฟนหนังต่างตั้งทฤษฏีต่างๆนาๆเกี่ยวกับการหาวิธีสู้ธานอสในภาค
4 ที่เป็นไปได้หลายทาง
แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีแบบไหนที่เข้าใกล้ความจริงสักเท่าไหร่นั่นทำให้ภาค 4
เป็นภาคที่คนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
กัปตันมาเวล
น่าจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ได้ปรากฏตัวในอเวนเจอร์ 4 อย่างแน่นอนเพราะในฉากสุดท้าย นิค ฟิวรี่
ได้ส่งสัญญาณเรียกให้มาช่วยโลก แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น กัปตันมาเวล
ก็จะได้มาอวดโฉมในหนังเดี่ยวของตัวเองอย่างแน่นอน
โดยหนังจะเล่าเรื่องถึงที่มาความเป็นไปของกัปตันมาเวลว่าถือกำเนิดได้อย่างไร
และแข็งแกร่งแค่ไหนที่สำคัญได้รู้จักนิค ฟิวรี่ ได้อย่างไร
โดยทีเซอร์ที่ถูกปล่อยออกมาก็เรียกน้ำย่อยคอหนังมาเวลได้ไม่น้อยเลยทีเดียว…

หนังภาคต่อยอดฮิต

“Harry Potter and the Prisoner of Azkaban” (2004)
เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าในเวอร์ชั่นของหนังสือ ภาคนี้เป็นภาคที่ดีที่สุด
และเวอร์ชั่นของภาพยนตร์ก็เช่นกัน Alfonso Cuarón
คือผู้กำกับที่ร้อยเรียงความเหนือจินตนาการของเรื่องนี้ออกมาได้ดีมากๆ

“Mad Max 2: The Road Warrior ” (1981)
ถึงแม้ภาคแรกจะได้รับคำชมเป็นอย่างมากว่าสะท้อนให้เห็นถึงโลกหลังการล่มสลาย ได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ภาคต่อ The Road Warrior นี้อัพเกรดตัวละครหลักให้โหดดิบเถื่อนมากขึ้นในโลกอันโหดร้าย
ทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่ชายเร่ร่อนกระจอกๆ อีกต่อไปแล้ว

“Bill Ted’s Bogus Journey” (1991)
สำหรับภาคต่อของหนังเรื่องนี้ต้องบอกว่า Keanu Reeves แสดงออกมาได้สมบทบาทมาก ทั้งโง่ ทั้งตลก
โดยเฉพาะฉากที่เล่นบาสโดยใช้หัว

“22 Jump Street” (2014)
ภาคต่อของ 21 Jump Street เป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมากเพราะว่าภาคแรกทำออกมาได้ไม่ค่อยดี
เท่าไหร่ แต่ภาคนี้ฉีกความคาดหวังว่ามันจะห่วยซะกระจุย ต้องขอบคุณสองผู้กำกับอย่าง Phil Lord และ Chris Miller

“Army of Darkness” (1992)
ซีรีย์ของ Evil Dead นั้นทำออกมาดีอยู่แล้ว แต่ภาค Army of Darkness นั้นป่าเถื่อนสุดจินตนาการ
แถมยังสนุกสุดๆ อีกด้วยล่ะ โดยเฉพาะฉากสต็อปโมชั่นของกองทัพโครงกระดูกนี่คือตำนานเลยทีเดียว

“The Bride of Frankenstein” (1931)
Frankenstein ภาคแรกก็ออกมาดีและเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ภาคต่อก็คงไม่จำเป็นสำหรับหนังเรื่องนี้ แต่ The
Bride of Frankenstein กลับทำออกมาได้ฉีกแนวมาก เป็นหนังสยองขวัญที่จะไม่ทำให้คุณกลัว
และไม่เคยมีหนังสยองขวัญใดๆ ที่ทำออกมาได้เหมือนกับเรื่องนี้…

“The Dark Knight” (2008)
ต้องบอกว่าภาคนี้เฉิดฉายเพราะ Joker ที่รับบทโดย Heath Ledger จริงๆ ทั้งน่ากลัว เฉียบคม ตลก
และคาดเดาไม่ได้ บทของเรื่องนี้ก็ถือว่าปกติ แต่เพราะนักแสดงนี่แหละ ที่ทำให้เรื่องนี้มันสุดยอด

“Batman Returns” (1992)
เราสามารถเห็นจินตนาการอย่างสุดขั้วของ Tim Burton ได้ในภาคนี้ มุมมองเกี่ยวกับเมือง Gotham ของเขา
แถม Michelle Pfeiffer ที่รับบทเป็น Catwoman ก็แสดงออกมาได้ดีสุดๆ อีกด้วย

“The Hunger Games: Catching Fire” (2013)
หลายๆ คนพูดว่า Catching Fire นั้นเยิ่นเย้อและกินเวลานานจนเกินไป
แต่ภายในภาคนี้กลับแสดงให้เห็นด้านมืดเกี่ยวกับสื่อและโลกอนาคตได้เป็นอย่าง ดี ดีกว่าหนังวัยรุ่นทั่วๆ ไปซะอีก

“Toy Story 2” (1999)
ถึงภาคแรกจะมีทั้งความน่ารักและเป็นเรื่องแอนิเมชั่นสุดน่ารักขนาดไหน
แต่ภาคต่อของมันกลับตีแผ่เรื่องราวเกี่ยวกับความดีงามและมิตรภาพมากกว่า