หนังมาสเตอร์

4 ภาพยนตร์เกี่ยวกับสงคราม

4 ภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามที่คุณไม่ควรพลาด

การรับชมภาพยนตร์แน่นอนว่ารสนิยมของหลายๆคนนั้นก็ย่อมที่จะแตก
ต่างกันออกไป แต่ดูแล้วคงมีคนจำนวนไม่น้อยเลย
ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับหนังประเภทสงคราม
ที่ไม่เพียงแค่ไล่ฆ่าหรือยิงกันเท่านั้น
แต่ยังเต็มไปด้วยเนื้อหาที่อิงไปทางด้านของประวัติศาสตร์ช่วยให้ได้รับ
ความรู้อีกด้วย
วันนี้เราหยิบภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสงครามที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำ
ซึ่งจะมีเรื่องไหนบ้างไปดูกันได้เลย
1.Saving Private Ryan
Saving Private Ryan หรือชื่อไทย ฝ่าสมรภูมินรก
เป็นหนังที่ถูกฉายครั้งแรกในปี 1998 นำแสดงโดย ทอม แฮงค์
โดยเหตุการณ์ในเรื่องนั้นอิงประวัติศาสตร์ที่กองทัพอเมริกายกพลขึ้นบก
ยุทธการนอร์มังดีในวันดีเดย์ (6 มิถุนายน 1944) ซึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับ
ผู้กอง จอห์น มิลเลอร์
ที่ได้รับภารกิจให้เข้าช่วยเหลือลูกชายของครอบครัวตระกูลไรอัน
ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นเข้มเข้มสุดๆ จนทำให้คว้ารางวัลออสการ์
มาครองได้หลายรางวัลด้วยกัน
ถือว่าเป็นหนังดีที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งเรื่อง
2.Hacksaw Ridges
วีรบุรุษสมรภูมิปาฏิหาริย์ ถือว่าเป็นหนังใหม่สำหรับหนังสงคราม
โดยเข้าฉายเมื่อปี 2016 เป็นเรื่องราวของทหารอเมริกันรายหนึ่งนาม
เดสมอนด์ ที. ดอสส์
ที่ไปรับใช้ชาติโดยที่เขาเลือกที่จะไม่ใช้อาวุธหรือทำร้ายผู้ใด
และตั้งใจจะเป้นแพทย์สนามที่ดีให้ได้ เขาต้องขัดแย้งกับเหล่าครูฝึก
ผู้บังคับบัญชา เพราะความรั้น และดื้อที่ไม่ยอมจับปืนในค่ายฝึก
โดยเขาถูกส่งตัวไปยังเกาะโอกินาว่าเพื่อทำสงครามกับทหารญี่ปุ่น โดย
เดสมอนด์ ที. ดอสส์ นั้นมีตัวตนจริงๆ

เขาได้รับเหรียญกล้าหาญจากการรับใช้ชาติ
และได้เสียชีวิตด้วยโลกชราไปเมื่อปี 2008
3. Schindler's List
Schindler's List ชื่อไทย ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม
หนังสงคราวแนวอิงประวัติศาสตร์จากผู้กับกำมือทองอย่าง สตีเว่น
สปีลเบิร์ก เมื่อปี 1993 เป็นเรื่องราวของ ออสการ์ ชินด์เลอร์
ชายชาวออสเตรียที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของพรรคนาซี
เขาโดยเรื่องราวอันน่าประทับใจ
คือเขาได้ช่วยเหลือชาวยิวที่ตกเป็นเหยี่อของสงคราวเอาไว้ถึง 1000
คน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ถึง 7 สาขาเลยทีเดียว
4. The Pianist
The Pianist หรือ สงคราม ความหวัง บัลลังก์ เกียรติยศ
เป็นสุดยอดหนังสงครามสุดดราม่าขั้นเทพ
ที่เรียกน้ำตาจากใครหลายคน เป็นผลงานกำกับของ โรมัน โปลันสกี้
ผู้กำกับชาวโปแลนด์
ที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ส
อง ที่เยอรมันบุกรุกรานโปแลนด์
โดยทำการฆ่าล้างเผาพันธ์ยิวในโปแลนด์
ซึ่ง วลาดิสวาฟ ชปิลมันน์ นักเปียโนชื่อดังก็เป็นหนึ่งในนั้น
เขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
และได้รับการช่วยเหลือจากทหารชั้นผู้ใหญ่ของเยอรมันอย่าง
ร้อยเอกวิลเฮล์ม โฮเซนเฟด
โดยนั้นภาพยนตร์นั้นได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆมากมาย
ให้ความรู้สึกหดหู่
ถ้าคุณชอบศึกประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่จะชมภาพยนตร์เรื่อ
งนี้…

5 ภาพยนตร์ปิ๋วรางวัลลูกโลกทองคำ

5 ภาพยนตร์ปิ๋วรางวัลลูกโลกทองคำ 2018-07-08

1.Wonder Woman
นับเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สตรีเพศเรื่องแรกที่สร้างจากฝีมือผู้กำกับหญิงโดย
แท้จริง อย่าง แพตตี้ เจนกินส์ ที่เคยสร้างความประทับใจ
จนกลายเป็นเรื่องแจ้งเกิดมาแล้วกับ Monsterในปี 2003
โดยหลังจากที่กำกับซีรี่ส์บางตอนของ Entourage และเกือบได้วาดลวดลายกับ Thor:
The Dark World ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับให้ Wonder Woman และเซ็นสัญญากับ Wonder Woman
II

โดยค่าจ้างในการกำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่หญิงภาคต่อเรื่องนี้มากกว่าเดิมจ
นจัดได้ว่าเป็นผู้กำกับหญิงที่ได้ค่าตัวสูงสุด
แถมยังได้นักแสดงสาวมากความสามารถ ดีกรีนางงามอิสราเอล แกล กาโดต์
มารับบทเป็น Wonder Woman แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถมีชื่อเข้าชิงรางวัลใด ๆ
จากงานลูกโลกทองคำครั้งที่ 75

Get Out
ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ต้องผิดหวังอย่างน่าเสียดาย โดย
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องนี้ เป็นฝีมือของ จอแดน พีล
แม้ว่าหมู่นักวิจารณ์และคนดูจะให้เสียงชื่นชม Get Out เป็นพิเศษ
ด้วยเรื่องราวว่าด้วยหนุ่มผิวสีที่เดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของแฟนสาวผิวขาว
ก่อนที่ภาพยนตร์จะนำไปสู่ทิศทางที่คาดไม่ถึง
เป็นข้อพิสูจน์ว่าภาพยนตร์สยองขวัญไม่จำเป็นต้องซ้ำซาก
แต่ยังสามารถหาพลิกแพลงไปสู่แนวทางใหม่ ๆ ได้เสมอ

The Post
สูตรสำเร็จที่ไม่คิดว่าจะมีผู้เอาชนะได้
กับภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง
เนื้อหาเข้มข้นเกี่ยวกับเอกสารลับของเพนตากอนที่ถูกปกปิดของ
ร้อยเรียงผ่านฝีมือของสุดยอดผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก

โคจรมาพบกับสองนักแสดงนำรางวัลออสการ์อย่างเมอริล สตรีพ และทอม
แฮงค์ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์คุณภาพที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด
สุดท้ายแม้ว่า The Post ได้รับเลือกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 6 รางวัล
ใครจะคิดว่าพวกเขาต้องกลับบ้านมือเปล่า
Dunkirk
ภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ที่คริสโตเฟอร์ โนแลนเขียนบทด้วยตนเอง
เขาบอกว่าเนี่คือภาพยนตร์ที่ได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากที่สุดในชีวิต
และเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่หลายคน
มาถ่ายทอดเรื่องราวของทหารกล้าในสมรภูมิรบ รุ่นใหญ่ที่ดังที่สุดก็มีเพียงทอม
ฮาร์ดี้, เค็นเน็ธ บรานาจ กับเจ้าของรางวัลออสการ์สมทบชายอย่าง มาร์ก
ไรแลนส์เท่านั้น แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้วิธีเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด
ยากต่อการคาดเดาและลุ้นไปทุกวินาที แม้จะไม่ได้คว้ารางวัลไปครอง
แต่เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานภาพยนตร์สงครามอันดับต้น ๆ
ไปอีกนาน
Call me by your name
ภาพยนตร์ชายรักชายสุดโรแมนติกที่คว้ารางวัลมากมาย
จากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งลอสแอนเจลิส
ซึ่งถือเป็นสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ
กวาดมาทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม,
และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
แต่กลับไม่ถูกใจเหล่ากรรมการงานลูกโลกทองคำมากนัก
จึงทำได้เพียงมีชื่อเข้าชิง 3 รางวัล และไม่สามารถคว้ามาเชยชมได้
อย่างไรก็ตามด้วยการเดินเรื่องที่เป็นธรรมชาติ
มุมกล้องที่ให้ความรู้สึกราวกับภาพยนตร์ย้อนยุค และช่วงท้ายที่หักมุมเล็ก ๆ
คงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ตราตรึงไปในใจของหลายๆ คนไปอีกนาน…

อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1960 : Swiss Family Robinson

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1960
อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น คือ Swiss Family Robinson
หรือชื่อภาษาไทย ครอบครัวแห่งมหาสมุทร
ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายแนวผจญภัยของ โจฮันน์ เดวิด วีสส์
ภายใต้ฝีมือการกำกับของ เคน แอนนาคิน
เป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวสวิตเซอร์แลนด์
ที่ออกเดินทางตามหาดินแดนใหม่ แต่ระหว่างรอนแรมกลางทะเล
กลับประสบพบเจอพายุจนเรืออับปาง
จึงต้องใช้ชีวิตบนเกาะร้างไร้ผู้คนนานหลายปี
นั่นทำให้ภารกิจในการตามหาดินแดนใหม่
แปรเปลี่ยนให้พวกเขาพ่อแม่ลูกทั้ง 6 ชีวิต
ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างอดทนพากเพียร
เพื่อดำรงชีวิตรอดจากวิบากกรรมครั้งนี้ให้ได้
โดยมีชีวิตและครอบครัวเป็นเดิมพัน
โดย โยฮันน์ เดวิด วีสส์
เขียนเรื่องนี้โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมคลาสสิก
“Robinson Crusoe” ของ แดเนียล เดโฟ
เพื่อสอนบทเรียนการใช้ชีวิตแก่ลูกชายทั้งสี่ของเขา
ตลอดจนการรู้จักใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ และการพึ่งพาตนเอง
ซึ่ง Walt Disney
ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ไม่รอช้าที่จะนำเรื่องราวของ Swiss Family
Robinson
มาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยเทคนิคเทคนิคคัลเลอร์ไวด์สกรีน
ที่ใช้ทุนสร้างแค่ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ทำเงินทั่วโลกกว่า 100
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เหตุที่ Swiss Family Robinson
ฮิตติดลมบนเป็นหนังประจำครอบครัวของใครหลายคน
ย่อมหนีไม่พ้นช่วงเวลาในการออกฉายที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของ
ผู้คนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งต้องดิ้นรนอย่างหนักในการสร้างตัวและรักษาครอบครัว

สุดท้ายพวกเขาก็ได้พบสิ่งที่ต้องการ
นั่นคือครอบครัวที่เป็นสุข หาใช่ดินแดนใหม่ที่เป็นสุข
ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ที่ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยมากมาย
พร้อมช่วยปลุกกำลังใจให้มีแรงฮึดสู้ต่อ
แม้ท้ายที่สุดจะไม่มีใครทราบว่าชีวิตจะไปจบที่จุดไหน
โดยเรื่องนี้ได้ จอห์น มิลส์ สวมบทบาท วิลเลียม
ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวโรบินสัน ส่วน โดโรธี แม็คไกวร์ รับบท
เอลิซาเบ็ธ ซึ่งทั้งคู่มีลูกน้อยด้วยกัน 4 คน นามว่า ฟริตซ์ (เจมส์
แม็คอาร์เธอร์), โรแบร์ต้า (จาเร็ต มันโร), แอร์นส์ (ทอมมี่ เคิร์ค)
และ ฟรานซิส (เควิน คอร์โคราน)
ใครที่ต้องการแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนครอบครัวไปข้างหน้
าให้มีความสุขโดยไม่กระทบกับเป้าหมายของชีวิต ภาพยนตร์
Swiss Family Robinson หรือชื่อภาษาไทย
ครอบครัวแห่งมหาสมุทร
คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามในช่วงวันหยุดพักผ่อน
อีกทั้งเนื้อหาที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยไม่เกี่ยงชั้นวรรณะ
ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่จะทำให้ลูกหลานของท่านได้เรียนรู้กา
รใช้ชีวิตผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้
หาใช่ละครไทยน้ำเน่าที่นิยมการแย่งผัวเมียและเต็มไปด้วยฉากตบ
ตี…