รีวิวหนัง

จัด 9 อันดับอนิเมะเรื่องเยี่ยมที่คุณต้องไม่พลาด 2

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำอนิเมะเรื่องเยี่ยมที่กลายเป็นเรื่องฮิตในญี่ปุ่นรวมไปถึงบางประเทศทั่วโลก
ซึ่งเราเองก็ไม่อยากให้คุณพลาดอนิเมะสุดสนุกบางเรื่องไปจึงขอหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ ไปติดตามกันได้เลย

บาสิริค
เริ่มกันที่เรื่องแรกกับบาสิริค โดยหนังเกิดระหว่างสงครามนินจาของฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าโคงะและฝ่ายอิงะที่ทำสงครามกันขึ้น
ก่อนจะยุติสงครามในอีกสิบสองปีต่อมาอย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังมีไฟสงครามในตัวมาสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน
ซึ่งทั้งสองฝ่ายที่เป็นทายาทได้รับการสืบทอดพลังพิเศษนั่นคือพลังเนตรนั่นเองจะว่าไปแล้วก็ค่อนข้างที่จะคล้ายกับนินจาคาถาไม่น้อย
ซึ่งวันหนึ่งในเกิดเหตุการปริศนาที่ชักจูงให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาทำสงครามฆ่าฟันกันอีกครั้ง
และทำให้สงครามครั้งใหญ่หวนกลับคืนมาพร้อมกับความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย
โดยเบื้องหลังของสงครามนี้คือมีผู้ชักใหญ่ยั่วยุอยู่เบื้องหลังเพื่ออาศัยความสามารถในการสู้รบของทั้งสองฝ่ายเป็นประโยชน์ในการขึ้นครองบัลลังก์เป็นโชกุนนั่นเอง

บากิ
คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักกับการ์ตูนเรื่องนี้อีกแล้วกับบากิยอดคนประจัญบานซึ่งต้องบอกเลยว่าได้เป็นการ์ตูนขึ้นหิ้งไปเป็นที่เรียบร้อย
และด้วยความสนุกของการ์ตูนเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะถูกหยิบมาทำเป็นอนิเมะ
โดยว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มนักสู้ที่แม้จเรียนอยู่ในชั้นม.ปลาย
แต่กลับเป็นแชมเปี้ยนส์ของเวทีต่อสู่ให้ดินที่อยู่ลึกลงไปในโตเกียวโดม
โดยเรื่องมาเริ่มหลังจากได้แชมป์ และเปิดการต่อสู้ครั้งใหม่
ซึ่งมีเหล่านักสู้จากทั่วโลกหลายแขนงเข้าร่วมมากมายเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว ทั้งนักซูโม่ นักวิวาท นักยิวยิตสูหรือนักคาราเต้
และบรรดายอดนักกังฟูจากจีนก็มาเข้าร่วมในครั้งนี้ด้วยทำให้เกิดความมันส์ระดับสุดยอดขึ้นแถมยังเป็นการ์ตูนแนวเลือดสาดที่น่าจะถูกใครขาโหดหลายคน
ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมันถึงได้เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ได้รับความินยมอย่างมากแม้จะผ่านมาหลายปีก็ตาม

โอเวอร์โหลด
สำหรับเรื่องนี้นับได้ว่าเป็นการ์ตูนที่มีเรื่องน่าสนใจอย่างมาก ว่าด้วยเกมที่ชื่อไดรฟ์ แมสซีฟรี่
ซึ่งเป็นเกมออนไลน์แนวอาร์พีจีที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกก่อนที่วันหนึ่งจะต้องปิดตัวเองลงในสิบสองปีต่อมา
นั่นทำให้ตัวละครหนึ่งที่เคยยิ่งใหญ่ต้องตกเป็นเพียงผู้ถูกลืมเหลือเพียงชายที่ชื่อโมมอนก้าเท่านั้นที่ขึ้นมาเป็นใหญ่แทน
ซึ่งในัวนที่เกมได้ปิดตัวลงทำให้ต้องกลับไปใช้ชีวิตดั้งเดิมและเซิฟเวอร์ก็ถูกปิดตัวลงตามไปด้วย
แต่แล้วเรื่องราวความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่อยู่ในเกมนั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
และทำให้เขาได้เข้าไปพบกับโลกใหม่อันคุ้นเคยทำให้ความสนุก และตื่นเต้นเร้าใจได้เริ่มต้นขึ้น…

The Room หนังห่วยขึ้นหิ้ง ดีกรีมะเขือเน่า 26%

แน่นอนว่าถ้าอยากจะดูหนังสักเรื่อง ใครๆ ก็ต้องอยากดูแต่หนังดีๆ มีคุณภาพ
ได้คะแนนดีๆ จากเว็บรีวิว หรือได้รางวัลจากสถาบันต่างๆ
แต่ถ้าหากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาดูหนังห่วยระดับขึ้นหิ้งดูบ้าง สำหรับวงการหนังแล้ว
The Room นั้นคือหนังที่ถูกนิยามว่าห่วยมากที่สุด ได้คะแนนจากเว็บมะเขือเน่าเพียง26%
แต่ถึง The Room จะขึ้นชื่อว่าห่วยขนาดไหน แต่กลับมีแฟนๆ ติดตามอย่างเหนียวแน่น
อย่างที่เรียกกันว่าหนังคัลท์ (Cult) นั่นเอง จนถึงขั้นที่ว่ามีการฉายในโรงมานานกว่า 14ปี
อย่าเพิ่งตกใจกันไป เพราะเหตุผลของความห่วยที่ว่านั้นมันมีเหตุผลและข้อดีของมันอยู่
โดย The Room เป็นเรื่องเกี่ยวกับรักสามเศร้าของ Johnny, Lisa และ Mark
ซึ่งเป็นรักสามเศร้าที่จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกสักเท่าไหร่ เดี๋ยวเครียด เดี๋ยวดีกันทำเอาคนดูงงไปหมด
นอกจากนั้น ยังมีนักวิจารณ์ที่ดูเรื่องนี้มาแล้วกว่าเกือบ 150 รอบ
พูดถึงหนังเรื่องนี้ว่าเป็นหนังที่เพี้ยนราวกับเอเลี่ยนเป็นคนทำขึ้นมา
เพราะทุกอย่างในเรื่องมันมั่วซั่วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นบท นักแสดง
แม้แต่พรอพในฉากอย่างกรอบรูปช้อน ก็ยังเป็นของที่เอามาวางไว้เพื่อให้ฉากดูมีอะไรแค่นั้น
คนที่ทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมา คือ Tommy Wiseau
ซึ่งทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมาจากการที่เขาได้ดูหนังเรื่องหนึ่งของ Matt Damon แล้วชอบ
จนอยากมีหนังเป็นของตัวเองบ้าง เขาจึงเขียนบทเอง โปรดิวซ์เอง กำกับเอง
แสดงนำเอง และจ่ายทุกอย่างด้วยเงินของตัวเองกว่า 200 ล้านบาท
ไม่เพียงแค่นั้น การถ่ายทำหนังยังเป็นไปอย่างยากลำบาก และทุลักทุเลสุดๆ เพราะ
Tommy ไม่เคยแสดงหนังมาก่อน แถมยังไม่มีความรู้ใดๆ ในการทำหนัง
นักแสดงที่หามาก็เป็นโนเนมไม่มีใครรู้จัก หนักหน่อยก็ไม่เคยแสดงหนังมาก่อนเลย
ไม่เพียงแค่นั้น ตัว Tommy ยังไม่เคยจะจำบทพูดในหนังได้
บางฉากเขาต้องให้ทีมงานเขียนบทไว้บนกระดาษให้อ่าน และสั่งเทคใหม่กว่า 30-40
รอบในฉากเดียว สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ใช้เสียงตอนถ่ายหรอก
เพราะต้องอัดเสียงแยกและใส่ใหม่เข้าไปอีกที
สุดท้ายแล้วเมื่อหนังถ่ายทำเสร็จและออกฉายด้วยความพยายามของตัว Tommy เอง
หนังก็ได้รับเสียงวิจารณ์ว่ามันห่วยมาก แต่ความห่วยแต่แปลกใหม่ของหนัง
จึงทำให้กลายเป็นกระแสปากต่อปากว่าเป็นหนังคัลท์
และหนังก็ยังฉายรอบดึกตลอด คนต่างบอกต่อๆ กันไป แฟนหนังตัวยงที่ไปดู
ต่างก็ปาช้อนพลาสติกด้วย บางคนเลือกที่จะแต่งคอสเพลย์ไปดู
นอกจากนี้ นักแสดงหลายคนอย่าง Seth Rogan หรือดาราสาวอย่าง Kristen Bell
ยังบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโปรดของเธอ
เพราะในความห่วยของหนังมันยังมีความแปลกใหม่เสมอในทุกๆฉากจนกลายไปชอบไปเลยนั่นเอง…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1986 : Top Gun

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1986 เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Top Gun หรือ
ฟ้าเหนือฟ้า ภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่า ที่สร้างจากบทความชื่อเดียวกันที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร California
ภายใต้ฝีมือกำกับของ โทนี่ สก็อตต์ ภาพยนตร์เรื่อง Top Gun หรือ ฟ้าเหนือฟ้า
กล่าวถึงชีวิตของนักบินขับไล่ของกองทัพอากาศ Naval Air Station Miramar ในซานดิเอโก
ซึ่งมีนักเขียนบทหลายคนปฏิเสธโปรเจ็กต์นี้ จนไปตกถึงมือ จิม แคช และ แจ็ค เอปปส์ จูเนียร์ ที่ต้องผ่านการรีเสิร์ช
และเข้าไปร่วมคลาสฝึกบินจริงๆ ที่ Miramar ส่วนบทพระเอก มาเวอริค มีหลายคนที่ถูกทาบทาม ไล่ตั้งแต่
แพทริค สเวย์ซีย์, เอมิลิโอ เอสเตเวซ, นิโคลัส เคจ, จอห์น คูแซค,
แมทธิว บรอเดอริค, ฌอน เพนน์, ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ ไปจนถึง ทอม แฮงค์ส แต่ทุกคนปฏิเสธบทนี้หมด
สุดท้ายส้มหล่นใส่ ทอม ครูซ ดาราหนุ่มหน้าใหม่ในตอนนั้น ขณะที่บทนำหญิงตกเป็นของ เคลลี แม็คกิลส์
ซึ่งถือว่าเป็นหน้าใหม่เหมือนกัน แต่ตอนประกบคู่กับแสดงได้ไหลลื่นจนพากันแจ้งเกิดได้สำเร็จ
ยกเว้นก็แต่ความสูงที่ แม็คกิลส์ สูงกว่า ครูซ ถึง 7 เซนติเมตร
ทำให้ต้องถอดรองเท้า และ ครูซ ต้องสวมบู๊ทเสริมส้นแทน
อีกเรื่องที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ เพนตากอน
ยอมให้ใช้เครื่องบินและเรือบรรทุกเครื่องบินมาใช้ถ่ายเข้าฉากหลายลำ โดยคิดค่าเช่าทั้งหมดเพียง 1.8 ล้านดอลลาร์
แต่มีข้อแม้ว่าต้องส่งบทหนังให้ตรวจก่อน เพื่อให้แน่ใจว่านำเสนอเรื่องราวของกองทัพออกมาในทางบวก
นั่นทำให้ต้องมีการเปลี่ยนบทให้ กูส เสียชีวิต เพราะปุ่มดีดตัวนักบินไม่ทำงาน
แทนที่จะเป็นการขับเครื่องบินชนกันกลางอากาศอย่างในบทตอนแรก กระนั้นก็ยังดีพอให้ Top Gun หรือ ฟ้าเหนือฟ้า
กวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 360 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างแค่ 15 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ Top Gun หรือ ฟ้าเหนือฟ้า
ยังช่วยส่งให้แว่นกันแดดเรย์แบนรุ่น Ray-Ban Aviator ที่ ทอม
ครูซ สวมในเรื่อง ยอดขายพุ่งสูงขึ้นถึง 40% ภายใน 7 เดือน
หลังก่อนหน้านี้ ทอม ครูซ เพิ่งช่วยแว่นเรย์แบนรุ่น Wayfarer
ที่ใส่ในหนัง Risky Business ขายดีเพิ่มขึ้น 50% ภายใน 1 ปีเท่านั้นไม่พอ เมื่อปี 2010
มีการเริ่มพูดคุยกันถึงโปรเจ็กต์ภาคต่อของ Top Gun หรือ ฟ้าเหนือฟ้า แต่หลังจากการเสียชีวิตของ โทนี่ สก็อตต์ ในปี 2012
ทุกอย่างก็เริ่มนิ่ง กระทั่งในปี 2014 มือเขียนบท จัสติน มาร์คส์ ได้ออกมาบอกว่าเขากำลังอยู่ในระหว่างเขียนบทหนัง
ล่าสุดในปี 2017 ทอม ครูซ ยืนยันว่าภาคต่อของ Top Gun
จะเริ่มถ่ายทำในปี 2018 ในชื่อ Top Gun : Maverick
โดยมีผู้กำกับเป็น โจเซฟ โคซินสกี้ ที่เคยร่วมงานกับ ครูซ ใน
Oblivion และวางกำหนดฉายไว้ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2019 ใครรอดูภาคต่ออยู่
ก็อย่าลืมเอาภาคแรกมารำลึกความหลังกันด้วยนะครับ…

Viral – เกมจับผี

Viral – เกมจับผี
ชนิด : Thriller,หนังผี
ผู้กำกับ ยังไม่แน่ชัด
นักแสดง : “พลอย ศรนรินทร์, จ๋าสุธีธิดา เกียรติกิจเจริญ, เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์, อ๋องธนา ตันตรานนท์
ระบุฉาย : 08 เดือนพฤศจิกายน 2018
ภาพยนตร์ผีเรื่องปัจจุบันที่จะทำให้ผู้ชมจำเป็นต้องหลอนระทึก Viral – เกมจับผี ภาพยนตร์ของ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ในตอนนี้ยังไม่มีชื่อผู้กำกับที่แน่ชัด แต่ปัจจุบันได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้พวกเราได้หลอนเรียกน้ำย่อยกันแล้ว
แบบอย่าง https://www.youtube.com/watch?v=3950oVVChu0
โดย Viral – เกมจับผี เป็นภาพยนตร์ที่แสดงนำโดยวัยรุ่นมากมายความสามารถ พลอย ศรนรินทร์, จ๋าสุธีธิดา เกียรติกิจเจริญ, เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์, อ๋องธนา ตันตรานนท์
เกิดเรื่องราวหลอนเกี่ยวกับ เกมผีออนไลน์’ (AR เกมจะน่ากลัวแค่ไหนไปฟังเรื่องย่อกันเลย
เรื่องย่อ เกี่ยวกับเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวกันเล่นเกมส์ผีออนไลน์ เกมส์จับผีในสถานที่เฮี้ยนแตง หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่บังเอิญถ่ายรูปติดผีในอาคารร้าง แตง และ คิตตี้ ที่เคยไปทดลองเล่นเกมส์ในอาคารร้างได้ส่งภาพติดผีให้เพื่อน
ในกลุ่มดูด้วยความคะนอง โดยไม่เคยรู้เลยว่าความสยดสยองที่ถูกแพร่ออกไปนั้นจะออกตามล่าผู้ที่เห็นภาพครั้งละคนครั้งละคน!
สำหรับภาพยนตร์ Viral – เกมจับผี ได้ปล่อยตัวอย่างพร้อมคำขวัญเด็ดไว้ว่า ใจไม่ถึงอย่าส่ง ใจไม่แข็งอย่ารับ #ผีโทรศัพท์ รอรับชมกันได้เลยในวันที่ 08 เดือนพฤศจิกายน 2018 ทุกโรงหนัง 
ก่อนจากกันสำหรับภาพยนตร์สยองขวัญของพวกเรา Viral – เกมจับผี จะเป็นหนังไทยเรื่องลำดับที่สองต่อจาก Norah –โนราห์ 2018 หนังไทยของคุณ เอกชัย ศรีวิชัย นักร้องชาวใต้ของพวกเรา 
ที่มีคิวฉายก่อนในวันที่ เดือนพฤศจิกายน 2561 ไปติดตามคอยดูกันครับ รับรองภาพยนตร์ไทยบันเทิงใจทุกเรื่อง

หนวดล้างจักรวาล! เฮนรี่ คาร์วิลล์ ปลิวบท ซูเปอร์แมน แล้ว

ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการภาพยนตร์ หลังจากได้มีการประกาศออกมาว่า “เฮนรี่
คาร์วิลล์” ผู้รับบทซูเปอร์แมนใน Man of Steel และ Justice Leagueได้ยุติบทบาทดังกล่าวแล้ว
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เฮนรี่เพิ่งจะเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในซีรีส์เรื่องใหม่ The
Witcher ของ Netflix แม้จะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการรับคิวงานการแสดง
แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในการรับบทซูเปอร์แมนของเฮนรี่ ดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีนัก
จนกระทั่งล่าสุด การเจรจาระหว่างเฮนรี่และสตูดิโออย่างวอร์เนอร์
ได้ยื่นข้อเสนอให้เฮนรี่มาถ่ายฉาก ซูเปอร์แมน
ปรากฏตัวแบบรับเชิญในหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Shazam! แต่การเจรจาก็ไม่ลงตัว
จากแหล่งข่าวเผยว่าทางวอร์เนอร์ต้องการผลักดันโปรเจ็คหนังซูเปอร์ฮีโร่หญิงอย่าง Supergirl มากกว่า
และทางดีซีก็ตั้งเป้าว่าจะผลักดันตัวละครนี้ให้แทนที่ตัวละครซูเปอร์แมน
ซึ่งเรื่องราวของซูเปอร์เกิร์ลนั้นจะเกิดขึ้นก่อนหน้าเหตุการณ์ใน Man of Steel
นั่นหมายความว่าอนาคตของตัวละครอย่างซูเปอร์แมนในหนัก แทบจะหายไปแล้ว
นอกจากนี้ วอร์เนอร์ ยังระงับโครงการภาคต่อของ Man of Steel ไป
เท่ากับว่าจะยังไม่มีบทให้เฮนรี่ คาวิลล์มาแสดงหนังอยู่ดี
การตัดสินใจถอนตัวจึงอาจจะเป็นเหตุผลที่ดูสมน้ำสมเนื้อที่สุด
รวมไปถึงข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า เบน แอฟเฟล็ค
ก็จะไม่ได้รับบทแบทแมนในหนังภาคแยกอย่าง The Batman โดยการกำกับของ แมตต์ รีฟส์ อีกด้วย
นั่นหมายความว่านักแสดงที่ยังคงเหลืออยู่ในจักรวาล DC จะมีแค่เพียง กัล กาด็อต
(วันเดอร์วูแมน), เจสัน โมมัวร์ (อควาแมน) เรย์ ฟิชเชอร์(ไซบอร์ก) และ เอซรา มิลเลอร์
(เดอะแฟลช) เท่านั้น
ทางด้านของสตูดิโออย่างวอร์เนอร์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากข่าวดังกล่าวแพร่ออกมา
จึงออกแถลงการณ์สั้นๆ ว่า
“ขณะนี้เรายังไม่ได้มีการตัดสินใจเกี่ยวกับหนังภาคใหม่ของซูเปอร์แมนในอนาคต
แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ให้เกียรติกับความสัมพันธ์อันดีที่มีกับนักแสดงอย่าง เฮนรี่
คาวิลล์มาโดยตลอด และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน”
เมื่อเรามองย้อนกลับไปที่จักรวาลหนังซูเปอร์ฮีโร่ค่ายดีซี
เราจะเห็นได้ถึงความพยายามมากมายที่ค่ายวอร์เนอร์และดีซี
ในการสร้างจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ตามรอยค่ายมาร์เวล อย่างไรก็ตาม
การสร้างจักรวาลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าหนังจะออกมาสู่คนดู
ก็ถือว่าตามหลังอีกค่ายอยู่มาก และการวางแผนการสร้างภาพยนตร์ที่ไม่ได้รัดกุม
ทิศทางในการรวมจักรวาลของดีซีจึงดูติดขัดอย่างมาก รวมไปถึงผลตอบรับของผู้ชม
นักวิจารณ์ ประกอบกับรายได้ของหนังรวมซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Justice League
ก็ออกมาน่าผิดหวัง ทำให้เห็นได้ว่า คนดูส่วนมาก แม้แต่แฟนฮีโร่ค่ายดีซีเอง
ยังไม่ได้รู้สึกรักและผู้พันกับจักรวาลหนังฮีโร่ค่ายนี้มากเท่ากับจักรวาลของมาร์เวล…

Gods of Egypt สงครามเทวดา

Gods of Egypt
แนว : ผจญภัย / แฟนตาซี
ผู้กำกับ : Alex Proyas
ผู้แต่ง : Matt Sazama, Burk Sharpless
ฉาย : 25 กุมภาพันธ์ 2016
ภาพยนต์สุดอลังการภายใต้ผู้กำกับ Alex Proyas เขาคือชายคนที่กำกับ ‘I, Robot’, ‘Knowing’, ‘The Crow’
และ ‘Dark City’ และได้รับการเนรมิตโดยทีมสร้างมากฝีมือ ทั้งฝ่ายโปรดักชั่น
และเทคนิคพิเศษชั้นแนวหน้าจาก Star Wars Prequel Trilogy, Spider-Man และ The Great Gatsby
ที่ได้มาร่วมสร้างผลงานชิ้นนี้
Gods of Egypt ภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มเงินสร้างกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 500 ล้านบาท
บอกได้เลยว่าภาพยนต์เรื่องนี้ทำเอาวงการหนังฮอลลิวู้ดสะเทือนเลยทีเดียว
เรื่องย่อ
เล่าขานถึงตำนานทวยเทพแห่งอียิปต์
ช่วงที่พระเจ้าเริ่มเกิดความขัดแย้งท่ามกลางความร้อนระอุแห่งทะเลทราย ฮอรัส (Nikolaj Coster-Waldau)
ที่เป็นเทพแห่งท้องฟ้าผู้ปกคลุมแม่น้ำไนล์อันอุดมสมบูรณ์ ขณะที่ เซ็ต (Gerard Butler)
น้องชายที่เป็นเทพแห่งทะเลทรายอันแข็งแกร่งต้องการชิงอำนาจในการปกครองแม่น้ำไนล์ทั้งหมด
การต่อสู้ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้น!
สำหรับภาพยนต์ Gods of Egypt เป็นเรื่องราวของเหล่าทวยเทพของอียิปต์
แม้จะมีการสร้างภาพยนตร์กันมาหลายเรื่องแล้ว ด้วยว่าเป็นแดนอารยธรรมที่เจริญสุดๆ
แห่งหนึ่งบนโลกเป็นดินแดนที่น่าค้นหา
อีกทั้งการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ปูพรมด้วยฉากยิ่งใหญ่อลังการของนครอันมลังเมลืองด้วยสิ่งก่อสร้างและรู
ปปั้นสีทองเหลืองอร่ามอันแสดงถึงความศรัทธาในมหาเทพ ภาพยนต์ 3 มิติเต็มสูบ
เหมาะกับคอไทยโดยแท้แม้ว่าเมื่อรับชมด้วยจอใหญ่ยักษ์อย่าง IMAX 3D
จะพบว่ามันไม่ถึงกับเนียนแต่ก็เข้าขั้นดี…

4 หนังสยองขวัญในตำนาน!

ปัจจุบัน ในวงการภาพยนตร์ในระดับนานาชาติ หนึ่งในหนังที่ได้รับความนิยมและถูกทำขึ้นมากที่สุด คงหนีไม่พ้น
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญ ที่เต็มไปด้วยการลุ้นระทึก , อารมณ์ และ จุดพีคของเนื้อเรื่อง
ท่ามกลางภาพยนตร์ที่อุบัติขึ้นมากมาย นี่คือ 5 หนังสยองขวัญในตำนาน!
เริ่มจากเรื่อง Raw เป็นภาพยนตร์สัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้ผู้กำกับฝีมือพะระกาฬอย่าง Julia Ducournau
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ จัสติน สาวน้อยมังสวิรัติขี้อาย ที่ถูกรุ่นพี่เล่นพิเหลนด้วยการให้รับน้อง
ด้วยการบังคับให้กินตับกระต่ายแบบสดๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมาเธอเริ่มเสพติดกินเนื้อสัตว์
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การ “กินเนื้อคน” ของเธอ เรียกได้ว่าสยองจนต้องร้องยี๋
ต่อมาเป็น The Belko Experiment เป็นภาพยนตร์คุณภาพอีกหนึ่งเรื่องของโลก ภายใต้บัญชาของผู้กำกับคนดังอย่าง
Greg Mclean ที่อำนวยการสร้าง และ เขียนบททั้งหมดโดย James Gunn จาก Guardian of the Galaxy ซึ่งทั้ง 2 ภาค
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ระดับช่างและแม่บ้านจนถึงระดับผู้บริหารชั้นสูง
ถูกขังอยู่ในตึกที่มีแผ่นเหล็กปิดทุกทางออก แถมมีกองกำลังทหารมาคอยยิงใครก็ตามที่จะออกไปจากตึก
ทุกคนได้รับคำสั่งให้ร่วมเล่นเกมที่เป็นการทดลอง โดยสั่งให้ฆ่าเพื่อนพนักงานคนอื่นๆในตึก
หากไม่ฆ่าก็จะถูกฆ่าแทนแบบอุกอาจ
ต่อมาเป็น Wish Upon จากผู้กำกับ John R. Leonetti ชาวสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องราวของ แคลร์
ที่ได้กล่องเพลงปริศนากล่องหนึ่ง ซึ่งเป็นของขวัญจากพ่อตัวเอง โดยความพีคของมันคือ
สามารถทำให้ทุกความปราถนาของเธอสัมฤทธิ์ผลด้วยพร 7 ประการ แต่เมื่อเธอเริ่มใช้มันเพื่อความสุขส่วนตัว
เรื่องร้ายๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับคนรอบตัวเธออย่างชวนสะพรึง กระทั่งในที่สุด เธอก็รู้จนได้ว่า กล่องปริศนานี้นั้น
มีเบื้องหลังความสยองซ่อนอยู่
ปิดท้ายกันที่ Meters Down จากผู้กำกับ Johannes Roberts ว่ากันว่า หนังเรื่องนี้
เป็นเรื่องราวของสองสาวพี่น้องที่ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันที่ชายหาดเม็กซิโก
และได้ดำน้ำชมฉลามขาวใต้ทะเลโดยอยู่ในกรงป้องกัน แต่สลิงเกิดขาดและทำให้กรงตกลงไปถึง 47 เมตร
พวกเขามีเวลาหนึ่งชั่วโมงว่ายกลับขึ้นมาที่เรือก่อนที่ออกซิเจนจะหมด แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลยสักนิด
เมื่อระหว่างนั้นฝูงฉลามยักษ์ ขนาดยักษ์มหึมา ก็ว่ายวนเวียนอยู่บริเวณนั้น เพื่อรองับพวกเธอ…

ฉลาดเกมส์โกง เตรียมรีเมกเป็นฉบับอินเดีย

หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)
ทำสถิติกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดในไทยเมื่อปีที่แล้ว และกวาดรายได้ในจีนร่วม 40
ล้านเหรียญสหรัฐ ค่ายหนังอย่างจีดีเอช 559 ก็เดินหน้าสู่ความสำเร็จใหม่
หลังจากบริษัทหนังของอินเดียติดต่อขอซื้อไปสร้างใหม่เป็นฉบับภาษาฮินดี
จากการรายงานของ Screen Daily
โปรเจคต์การสร้างหนังครั้งนี้ จะเป็นการร่วมกันสร้างของบริษัทชื่อ Azure
Entertainment และ Plan C Studios โดยมอบหมายให้ นีราจ แพนดีย์ มารับหน้าที่ดูแลการสร้าง
ก่อนหน้านี้ Azure Entertainment ได้ซื้อลิขสิทธิ์หนังดังอย่าง Infernal Affairs
ของฮ่องกง กับ The Body และ The Invisible Guest ของสเปนมาสร้างใหม่และอยู่ระหว่างดำเนินงานสร้างในตอนนี้
ผู้บริหารของบริษัทได้พูดถึงการรีเมก ฉลาดเกมส์โกง ว่า “เราขอขอบคุณจีดีเอช 559
ที่ไว้ใจเราให้นำหนังเรื่องนี้มาสร้างใหม่เป็นฉบับอินเดีย” และ “รู้สึกภูมิใจ”
ที่ได้ร่วมงานกับทั้งผู้กำกับ นีราจ แพนดีย์ กับ Reliance Entertainmentในการรีเมกครั้งนี้
สำหรับภาพยนตร์ไทย ที่ถูกรีเมกเป็นหนังอินเดียในก่อนหน้านี้ คือเรื่อง “แฝด” (Alone)
ผลงานกำกับของ บรรจง ปิสัญธนะกูล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
ซึ่งเคยถูกซื้อไปสร้างเป็นหนังฉบับอินเดีย ออกฉายเมื่อปี 2015 มาแล้ว
เรื่องย่อของ ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)
ทุกครั้งที่ฝนดินสอลงกระดาษสอบ ล้วนมีความหมาย ลิน (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง)
นักเรียนสายเรียนดี เจ้าของ เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกปีการศึกษา
แต่ด้วยการที่เธอมักจะต้องช่วยบอกข้อสอบให้กับเพื่อนซี้อย่าง เกรซ (อิษยา
ฮอสุวรรณ) นักเรียนสายกิจกรรมแต่ผลการเรียนกลับสวนทางและ พัฒน์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ)
เด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวยในและมีแนวคิดว่าเงินซื้อทุกอย่างได้แม้กระทั่งคำต
อบของข้อสอบ ทำให้ ลิน ฉุกคิดธุรกิจให้ลอกข้อสอบนี้ขึ้นมาได้
และสร้างรายได้ให้เธออย่างเป็นกอบเป็นกำ และเมื่อการสอบสุดท้ายท้าย อย่าง STICใกล้เข้ามาถึง
นักเรียนหลายร้อยคนต่างคาดหวังจะนำคะแนนสอบเหล่านี้เปิดทางเข้าสู่เหล่ามหาลัยชั้นนำ
ลินจึงได้รับโจทย์ใหม่ ในการบอกข้อสอบสุดท้าทายครั้งนี้
โดยเธอตัดสินใจบินไปสอบที่ประเทศเร็วกว่าไทย
เพื่อรีบนำมาบอกข้อสอบแก่เหล่าลูกค้าของเธอ โดยเธอต้องหาผู้ช่วยอย่าง แบงค์ (นนชานน สันตินธรกุล) นักเรียนทุนคู่แข่ง ที่ไม่ชอบการทุจริตใดๆ
ในขณะที่เดิมพันเงินรางวัลที่สูงมากขึ้นความยากในการโกงข้อสอบและความปลอดภัยของพวกเธอก็สูงขึ้นเช่นกัน
ภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง กำกับโดย นัฐวุฒิ พูนพิริยะ โดยผลงานที่ผ่านมา
คือภาพยนตร์ไทยเรื่อง เคาท์ดาวน์ ที่ออกฉายเมื่อปี 2555…

สุดยอดหนัง ที่พลาดคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ

Wonder Woman
นับเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สตรีเพศเรื่องแรกที่สร้างจากฝีมือผู้กำกับหญิงโดย
แท้จริง อย่าง แพตตี้ เจนกินส์ ที่เคยสร้างความประทับใจ
จนกลายเป็นเรื่องแจ้งเกิดมาแล้วกับ Monsterในปี 2003
โดยหลังจากที่กำกับซีรี่ส์บางตอนของ Entourage และเกือบได้วาดลวดลายกับ Thor:
The Dark World ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับให้ Wonder Woman และเซ็นสัญญากับ Wonder Woman II
โดยค่าจ้างในการกำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่หญิงภาคต่อเรื่องนี้มากกว่าเดิมจ
นจัดได้ว่าเป็นผู้กำกับหญิงที่ได้ค่าตัวสูงสุด
แถมยังได้นักแสดงสาวมากความสามารถ ดีกรีนางงามอิสราเอล แกล กาโดต์
มารับบทเป็น Wonder Woman แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถมีชื่อเข้าชิงรางวัลใด ๆ
จากงานลูกโลกทองคำครั้งที่ 75

Get Out
ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ต้องผิดหวังอย่างน่าเสียดาย โดย
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องนี้ เป็นฝีมือของ จอแดน พีล
แม้ว่าหมู่นักวิจารณ์และคนดูจะให้เสียงชื่นชม Get Out เป็นพิเศษ
ด้วยเรื่องราวว่าด้วยหนุ่มผิวสีที่เดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของแฟนสาวผิวขาว
ก่อนที่ภาพยนตร์จะนำไปสู่ทิศทางที่คาดไม่ถึง
เป็นข้อพิสูจน์ว่าภาพยนตร์สยองขวัญไม่จำเป็นต้องซ้ำซาก
แต่ยังสามารถหาพลิกแพลงไปสู่แนวทางใหม่ ๆ ได้เสมอ

The Post
สูตรสำเร็จที่ไม่คิดว่าจะมีผู้เอาชนะได้
กับภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง
เนื้อหาเข้มข้นเกี่ยวกับเอกสารลับของเพนตากอนที่ถูกปกปิดของ
ร้อยเรียงผ่านฝีมือของสุดยอดผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก
โคจรมาพบกับสองนักแสดงนำรางวัลออสการ์อย่างเมอริล สตรีพ และทอม
แฮงค์ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์คุณภาพที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด
สุดท้ายแม้ว่า The Post ได้รับเลือกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 6 รางวัล
ใครจะคิดว่าพวกเขาต้องกลับบ้านมือเปล่า

Dunkirk
ภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ที่คริสโตเฟอร์ โนแลนเขียนบทด้วยตนเอง
เขาบอกว่าเนี่คือภาพยนตร์ที่ได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากที่สุดในชีวิต
และเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่หลายคน
มาถ่ายทอดเรื่องราวของทหารกล้าในสมรภูมิรบ รุ่นใหญ่ที่ดังที่สุดก็มีเพียงทอม
ฮาร์ดี้, เค็นเน็ธ บรานาจ กับเจ้าของรางวัลออสการ์สมทบชายอย่าง มาร์ก
ไรแลนส์เท่านั้น แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้วิธีเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด
ยากต่อการคาดเดาและลุ้นไปทุกวินาที แม้จะไม่ได้คว้ารางวัลไปครอง
แต่เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานภาพยนตร์สงครามอันดับต้น ๆ
ไปอีกนาน

Call me by your name
ภาพยนตร์ชายรักชายสุดโรแมนติกที่คว้ารางวัลมากมาย
จากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งลอสแอนเจลิส
ซึ่งถือเป็นสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ
กวาดมาทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม,
และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
แต่กลับไม่ถูกใจเหล่ากรรมการงานลูกโลกทองคำมากนัก
จึงทำได้เพียงมีชื่อเข้าชิง 3 รางวัล และไม่สามารถคว้ามาเชยชมได้
อย่างไรก็ตามด้วยการเดินเรื่องที่เป็นธรรมชาติ
มุมกล้องที่ให้ความรู้สึกราวกับภาพยนตร์ย้อนยุค และช่วงท้ายที่หักมุมเล็ก ๆ
คงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ตราตรึงไปในใจของหลายๆ คนไปอีกนาน…

Friend Request (2016) ผีแอดเพื่อน

Friend Request
แนวหนัง : สยองขวัญ,ทริลเลอร์
ผู้กำกับ : ไซม่อน เวอร์โฮเว่น
นักแสดง : อลิเซีย เดบนัม แครีย์, ลีเซิล อาเลิร์ส, คอนเนอร์ เปาโล, บรู๊ค มาร์คแฮม, นิโคลัส พอลลิ่ง
เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559
หลายคนคงจะได้รู้แล้วว่าผู้กำกับชาวเยอรมัน ไซม่อน เวอร์โฮเว่น เจ้าของภาพยตร์ ไซม่อน เวอร์โฮเว่น
หนังผีโลกโซเชียลก็ขออินเทรนด์ ทำหนัง thriller-horror เกาะกระแสวัยรุ่นกับ social network อีกเรื่อง
ในชื่อ Friend Request ในคราวนี้จะมาพร้อมกับความหลอนระดับ 10 อีกเช่นเคยFriend Request
ภาพยนต์ที่ผสมผสานลงตัวระหว่างความเชื่อลัทธิแบบสมัยเก่ากับโลกไซเบอร์สมัยใหม่อย่างอินเทรนด์
นี้อาจจะไม่ใช่หนังผีโดยแท้ ซึ่งไซม่อน เวอร์โฮเว่น
ต้องการสร้างภาพยนต์นี้ขึ้นมาเพื่อสะท้อนถึงวัยรุ่นและคนเสพติดโซเชียลฯ
ตระหนักถึงความหมายของคำว่า “เพื่อน” จริงๆ ว่ามันเป็นอย่างไร
เรื่องย่อ
ชีวิตของหญิงสาวทั่วไปที่ค่อนข้างเพรียบพร้อมไปด้วยเพื่อนฝูง แฟนหนุ่มสุดหล่อนักศึกษาเตรียมแพทย์
บลาๆๆ การเป็นที่รักของสังคมทำให้ จำนวนเพื่อนใน Facebook ของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่แล้ววันนึง
ผู้ใช้นามว่า มาริน่า มิลส์ ก็ส่ง Friend Request มาขอเธอเป็นเพื่อน
ความหลงตัวของเธอทำให้คิดว่าในที่สุดก็มีเพื่นแท้ เมื่อถูก Unfriend เพราะลอร่ามองว่าเธอไม่ปกติ
มาริน่าก็ฆ่าตัวตายอย่างสยดสยองบนเว็บแคม จนทำให้เรื่องราวสุดสยองต่างๆจึงได้เริ่มขึ้นนับจากนั้น
ไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอ กับเพื่อนๆที่เหลืออยู่ ไม่สามารถลบบัญชีได้ และไม่สามารถ unfriend
มาริน่าออกจากเฟสบุคได้เลย
สามารถรับชมกับได้ทุกเว็บไซต์ทั่วไป https://youtu.be/A2xygfZw7hc…