รีวิวหนัง

รีวิว หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ

หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ ภาคสุดท้ายที่จะปิดฉากแฟรนไชน์หนังภาคต่อที่มีมากว่า 10 ปี 
ซึ่งผู้กำกับ พชร์ อานนท์ คอนเฟิร์มแล้วจะว่าไม่มีการสร้างภาคต่ออีกแน่นอน
หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ ในภาคนี้นั้นว่าด้วยเรื่องราวของบรรดาเจ๊ๆ
ในหอพักแห่งใหม่ ซึ่งคราวนี้คู่ปรับคนเดิมอย่าง พยูน 
ก็กลับตัวกลับใจเป็นคนดีมาร่วมภารกิจการชิงคฤหาสน์หลังใหญ่ของเศรษฐีชาวอินเดีย 
แล้วก็ยังได้ร่วมเอาใจช่วยไปกับการปฏิบัติตัวเป็นผีที่ดีของ แพนเค้ก เพื่อจะได้ไปเกิดใหม่ 
ถือว่าแฟรนไชน์ภาพยนตร์ หอแต๋วแตก 
ชอบรวมเอาเรื่องราวที่ฮิตกระแสอันเป็นข่าวหรือเหตุการณ์ที่โด่งดังมาใส่ในภาพยนตร์ตั้งแต่ภาคแรกๆแล้ว 
โดยในภาคนี้ก็ยังคงจับกระแสทันโลก มีการล้อเลียนเรื่องราวต่างๆ
แต่การเล่าเรื่องนั้นค่อนข้างซ้ำซาก ไม่แตกต่างจากภาคก่อนๆ
เหมือนภาคแรกจะสนุกกว่าเลยล่ะ แต่ยังไงหลายคนก็ตั้งใจดูภาคนี้นะ 
เพราะมันเป็นภาคสุดท้ายนั่นเอง ในภาคนี้นักแสดงก็ยังคงความเยอะไว้เหมือนเดิม 
บางคนก็มาช่วยสร้างสีสัน แต่อีกหลายคนก็แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ 
แต่ว่าอย่างว่าแหละโดยรวมแล้วก็ทำให้หนังเดินไปได้แบบน่าดูเลยทีเดียวล่ะ
งานที่สร้างจาก พชร์ อานนท์ ค่อนข้างจะมีพัฒนาการที่ดี 
แต่ก็ค่อนข้างหงุดหงิดไปกับเรื่องของ CGI พอสมควร คงต้องพัฒนาเรื่องนี้ใหม่ 
อย่างไรก็จะติดตามดูในเรื่องหน้าต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง 
ใครเป็นแฟนหอแต๋วแตกก็ไม่ควรพลาดในเรื่องนี้ เพราะเป็นภาคสุดท้ายแล้วล่ะ 
ใครไม่ชอบหนังซับซ้อน และชอบมุกตลกสไตล์นี้ก็น่าจะดูกันนะ 
รับรองประกันว่าคุณจะต้องรู้สึกชื่นชอบแน่ๆ กับหนังตลกสบายๆที่ได้สรรสร้างความบันเทิง…

เรื่องย่อ Mary Poppins Returns

ภาคต่อในรอบ 54 ปีของ Mary Poppins (1964)
ภาพยนตร์ชิงออสการ์ 13 สาขาและบทบาทการแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรกของ Julie Andrews
รับไม้ต่อในบท Mary Poppins โดย Emily Blunt กำกับโดย Rob Marshall
ผู้กำกับหนังที่คว้าภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอย่าง Chicago (2002)
เป็นเรื่องที่น่าดูอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ
ที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมเลย ลองดูเรื่อง Chicago สิ รับรองเลยว่า 
คุณนั้นจะเข้าใจมายิ่งขึ้นว่าทำไมเรื่องนี้ถึงถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีนัก 
เพราะว่าได้ผู้กำกับฝีมือดีนั่นเอง อย่างไรก็ตามก็ยังบอกอะไรไม่ได้มาก ถ้ายังไม่ได้ดู 
ดังนั้นใครว่างก็ควรต้องดูเลย เพราะเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณนั้นยิ้มได้แน่ๆ
เรื่องย่อ Mary Poppins Returns
เล่าเรื่องราว 25 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก ท่ามกลางยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์
ได้กลับมาเยี่ยม เจน กับ ไมเคิล แบงก์ เด็ก
ที่แมรี่เคยดูแลหลังทั้งคู่เผชิญหน้ากับการสูญเสียบุคคลสำคัญของครอบครัว ซึ่ง แมรี่ ป๊อปปิ้นส์
ต้องร่วมมือกับเพื่อนใหม่อย่าง แจ็ค หาทางช่วยให้พวกเขาค้นพบความสุขที่หายไปอีกครั้งหนึ่ง 
เพราะการสูญเสียคนที่รักไปนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจได้อย่างรวดเร็ว ทุกสิ่งทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เวลา 
แล้วก็การที่พวกเรานั้นได้เจอกับผู้ที่ต้องการเจอก็จะสามารถช่วยให้ความเศร้านั้นคลายลงได้บ้าง
ใครชอบหนังแนวครอบครัวล่ะก็ ลองดูเรื่องนี้สิ รับรองไม่ผิดหวังเลยล่ะ ภาพสวย 
ดนตรีก็คลาสสิคมากมายพูดได้ว่าตอบปัญหาคนชอบดูหนังเลยแม้กระนั้นบางครั้งก็อาจจะมองเก่าๆไปบ้างนะ 
เพราะเป็นหนังยุคเก่าแต่ว่ารับรองว่าไม่น่าเบื่อแน่ เป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยแน่นอน 
แล้วก็ตอนแรกจะฉายตั้งแต่ต้นปีแต่ตอนนี้เลื่อนมาปลายปีแล้ว 
ใกล้วันคริสต์มาสพอดี เพราะฉะนั้นถ้าไม่ดูไม่ได้แล้ว

เรื่องย่อ Mortal Engines

Mortal Engines เล่าเรื่องราวหลายพันปี
หลังจากที่อารยธรรมถูกทำลายโดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกลียุค
มนุษย์ได้ปรับตัวและวิถีชีวิตใหม่ได้พัฒนาขึ้น
ขณะนี้เมืองเคลื่อนที่ขนาดใหญ่กำลังตระเวนท่องโลก
และไล่ล่าเมืองที่เล็กกว่า ทอม นัทส์เวิร์ธธี (โรเบิร์ต ชีแฮน)
ซึ่งมาจากระดับล่างของเมืองเคลื่อนที่ของลอนดอน
เขาพบว่าตัวเองกำลังต่อสู้เพื่ออยู่รอด
หลังจากเผชิญกับผู้ลี้ภัยสุดอันตราย เฮสเตอร์ ชอว์ (เฮรา ฮิลมาร์) สองตนต่างขั้ว
ซึ่งมีเส้นทางที่ไม่บรรจบกัน ได้สร้างพันธมิตรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
ที่จะเปลี่ยนอนาคตของโลกใบนี้ไปด้วยกัน
หนังเรื่องนี้กำกับการแสดงโดยคริสเตียน ริเวอร์ส
ซึ่งได้นำบทหนังของแจ็คสัน ,ฟราน วอลช์ และฟิลิปปา บอเยนส์
มาสร้าง โดยหนัง Mortal Engines
ได้ดัดแปลงจากนิยายของฟิลิป รีฟ มีนิยายแปลเป็นไทยในชื่อ
“สมรภูมิล่าเมือง” บอกเล่าเรื่องราวของโลกอนาคตอันล่มสลาย เมืองต่างๆ
ได้กลายสภาพเป็นเมืองจักรกลติดล้อ แล้วออกไล่ล่ากินเมืองที่อ่อนแอกว่า
เอาทรัพยากรจากเมืองพวกนั้นมาเป็นของตนเอง
จับประชาชนในเมืองที่อ่อนแอกว่ามาเป็นทาส ฯลฯ ซึ่งต้องบอกเลยว่า
ในหนังสือถ่ายทอดไว้ได้ดีมากๆพอออกมาเป็นหนังก็ทำให้ยิ่งอยากดูไปใหญ่เลยล่ะ
ว่าจะมีความเหมือนหรือต่างจากหนังสือมากแค่ไหน ตรงกับที่เรานั้นจินตนาการไว้หรือเปล่า
โดยหนังมีตัวเอก คือ ร็อบบี้ ชีแฮน จะรับบทนำเป็นทอม แนตส์เวิร์ทธี
และหนังยังมีนักแสดงสมทบได้แก่ ฮิวโก วีฟวิ่ง, โรแนน ราฟเตอรี ฯลฯ
ใครที่ชอบเรื่องจักรกลผจญภัยอย่างนี้ไม่ควรพลาดเลย หนังจะเข้าฉายในไทย
วันที่ 13 ธ.ค.นี้ เพราะฉะนั้นเตรียมตีตั๋วไปพบกับความสนุกเร้าใจกันได้เลย
ใครไปดูมาแล้วก็มาอัพเดตให้ฟังบ้าง…

รีวิว Ralph Breaks the Internet : Wreck-It Ralph 2

ราล์ฟ วายร้ายจอมทำลายล้าง และเพื่อนรักนักซิ่งอย่างยัยว้อบแว้บ วาเนลโลเป้
ออกผจญภัยทั่วทั้งโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อหาองค์ประกอบสำคัญของเกมรถแข่ง Sugar Rush ที่หายไป
ซึ่งทั้งสองจำเป็นต้องขอร้องจากชาวเน็ตในการนำทางในโลกไซเบอร์ที่พวกเขาไม่คุ้นเคย
รวมทั้งตามหา เยสสส ผู้สร้างแล้วก็เจ้าของเว็บไซต์ยอดฮิต BuzzTube อีกด้วย
6ปีหลัง Wreck It Ralph (2012)
การกลับมาของภาคต่อที่พ่วงคำว่า Breaks The Internet
ในคราวนี้นอกจากการขยายโลกจากเครือข่ายตู้เกมอาร์เคตไปสู่โลกอินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงคนดูแบบใหม่ๆ
ได้ง่ายขึ้นแล้ว การให้ราล์ฟและเวเนโลปีนำเราสู่โลกออนไลน์ ยังเป็นการให้โอกาสให้นำ “สินทรัพย์”
ระดับพันล้านของดิสนีย์กลับมามีชีวิตในยุคปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน
ก็เลยไม่แปลกที่หนังภาคนี้จะมีสถานะไม่ต่างจากหนังฟอร์มยักษ์ที่มุ่งขายมหาชนกันแบบแทบทุกกลุ่มชน
ซึ่งถือเป็นก้าวที่ชาญฉลาดมากเพราะแม้ตัวหนังจะไม่ได้มีพัฒนาการด้านเรื่องราวไปมากกว่าหนังภาคแรก
นักแต่ก็ต้องยอมรับว่าการได้เห็นศิลปินรับเชิญจากดิสนีย์ก็ทำให้คิดถึงวันวานได้เหมือนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าเจ้าฟ้าหญิงดิสนีย์ 14 องค์ที่โชว์ของอย่างเต็มที่ ดูแล้วสนุกมาก
และก็ยังมีการจำลองแอฟดังๆมาเทียบเคียงกะโลกความจริง แถมด้วยไวรัสทำลายระบบด้วย มันน่าสนใจจริงๆอ่ะ
Wreck-It Ralph 2 ได้ ทีมให้เสียงพากย์ชุดเดิมอย่าง จอห์น ซี. ไรลีย์ (John C. Reilly)
และซาราห์ ซิลเวอร์แมน (Sarah Silverman) เป็น ราล์ฟ
และวาเนลโลเป้ และ ทาราจี พี. เฮนสัน (Taraji P. Henson)
ให้เสียงตัวละครใหม่ชื่อเยสสส โดยหนังได้ผู้กำกับจากภาคแรกอย่าง ริช มัวร์ (Rich Moore)
กำกับร่วมกับ ฟิล จอห์นสตัน (Phil Johnston)
หนังอนิเมชั่นที่สนุกมากๆรับรองว่าโดนใจทุกเพศทุกวัยแน่นอน คอหนังแนวนี้ไม่ควรพลาดเด็ดขาด…

รีวิว – The Travelling Cat Chronicles – ผม แมว และการเดินทางของพวกเรา

ขึ้นชื่อว่าหนังญี่ปุ่น ก็ชอบทำให้ซาบซึ้ง พยายามบีบคั้นน้ำตาพวกเราอยู่ตลอดๆ
รวมทั้ง The Travelling Cat Chronicles ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้พวกเราน้ำตาซึมได้ด้วยเหมือนกัน
หนังเกี่ยวกับเรื่องราวของความผูกพัน ความสัมพันธ์ ระหว่างแมวชื่อ “นานะ”
แล้วก็เจ้าทาสชื่อ “ซาโตรุ” เมื่อเขามีความสำคัญที่เลี้ยงนานะต่อไปไม่ได้แล้ว
เขาก็เลยออกเดินทางตามหาคนที่เหมาะสมจะเลี้ยงมัน
แต่ระหว่างทางทำให้เขาได้นึกถึงเรื่องราว ระลึกถึงอดีต มิตรภาพ และความรัก
ดูจากตัวอย่างคงพอจะเดากันได้แล้วว่า หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังตลกเฮฮาแน่ๆ
มันเป็นหนังดราม่าเคล้าน้ำตา ที่ระยะแรกของหนังจะพาพวกเราไปรู้จักกับนานะ แล้วก็ทาสที่ชื่อ ซาโตรุ
โดยจะมีการเล่าย้อนอดีตให้พวกเราฟัง ให้เห็นถึงความน่ารักของเจ้าแมวตัวนี้ ซึ่งมันจะค่อยๆ
ทวีความน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าแมวตัวนี้ไปเรื่อยๆโดยในช่วงแรกหนังค่อนข้างจะดำเนินเรื่องย้อนอดีตได้น่ารำคาญรวมทั้งช้ามาก
มากถึงมากที่สุด ซึ่งเข้าใจแหละส่วนนี้ต้องการให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวพระเอกกับเพื่อนๆกับคนรู้จัก แต่มันช้าไป
ช้าจนถึงแทบง่วงนอนเลย รวมทั้งหนังจะเดินเรื่องอย่างงั้นตัดสลับปัจจุบันตลอดครึ่งช่วงแรก จนพวกเราเกือบจะลืมเรื่องราวปัจจุบันนี้ไปเลย
กว่าจะผ่านช่วงนั้นมาได้ก็ปาไปครึ่งเรื่อง แต่หนังมันเริ่มเข้ารูปเข้ารอยและสนุกสนานตรงนี้ล่ะ
หนังเริ่มกลับมาโฟกัสกับเรื่องราวปัจจุบัน เราจะได้มองเห็นความสัมพันธ์และก็ความน่ารักน่าเอ็นดูของนานะกับซาโตรุมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนานะนี่แหละ ซึ่งมันแสดงได้เก่งมาก มันแสดงได้ตรงกับเหตุการณ์ตรงหน้าและเสียงพากย์ตรงนั้น
แน่ๆว่าจะชมแมวอย่างเดียวก็ไม่ถูก จะต้องดูทีมงานทุกคน ที่ทำให้มันออกมาในรูปแบบนั้นได้ หลายๆ
ฉากก็น่าเหลือเชื่อว่ามันเล่นออกมาได้ขนาดนั้นเลยหรอ เจ้านานะ มันบางทีอาจได้รางวัล
“นักแสดงนำแมวยอดเยี่ยม” ก็เป็นไปได้ (ถ้ามันมีนะ) หนังทำให้เราเชื่อความสัมพันธ์และความผูกพันของ
นานะกับซาโตรุได้ดีเลยทีเดียว เราเชื่อแบบเชื่อจริงๆเลยว่าทั้งคู่รักกัน ซึ่งฉากที่พวกเขามีความสุขเราก็ยิ้ม
แล้วก็ฉากที่พวกเขาทุกข์พวกเราก็เศร้าใจ เจ็บปวดไปตามๆกัน
ยิ่งฉากพีคๆเล่นเอาพวกเราจุกๆน้ำตาซึมได้เลย ถึงแม้มันจะเป็นการแสดงของสัตว์ก็ตาม
สรุปคือหนังเรื่องนี้ เซอร์วิสทาสแมวไม่ใช่น้อย ดูแล้วหมั่นเขี้ยวชะมัด
ประเด็นดราม่าก็ทำได้ดีและอินกับมันไม่ใช่น้อย ดูจบแล้วอยากกลับกอดแมวทุกตัวที่เจอกลางทางกลับบ้านเลยทีเดียว…

Just a Breath Away

หนัง Just a Breath Away
พูดถึงมหันตภัยครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส
ใจกลางกรุงปารีส เมื่อมีหมอกร้ายปริศนาเข้ามาปกคลุมและนำมาซึ่งการทำให้หลายชีวิตจะต้องจบลง
แต่มีอยู่ครอบครัวหนึ่งซึ่งลูกต้องอาศัยอยู่ในหลอดแก้ว
ทำให้พ่อรวมทั้งแม่ต้องหาทางช่วยลูกออกมาจากหลอดนั้น
แถมรวมทั้งยังต้องหนีจากหมอกมรณะในคราวนี้อีกด้วย
เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่ลูกของพวกเขาเป็นโรคเบอร์เกอร์จะต้องอาศัยอยู่ในหลอดแก้วทั้งชีวิต
แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น
ได้เกิดหมอกมรณะทั่วกรุงปารีสผู้ใดที่สูดกลิ่นเข้าไปก็จะเสียชีวิตในทันทีทันใด
ทำให้พวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้เลย
ขณะนี้เหมือนจะเห็นหนังสัญชาติฝรั่งเศสมาฉายในบ้านพวกเรามากเพิ่มขึ้น
แล้วก็ทำได้ดีมากด้วย และยิ่งได้เห็นตัวอย่างกับเรื่องย่อของเรื่องนี้แล้วก็ยิ่งทำให้อยากดูมากขึ้นไปอีก
ต้องบอกว่าดูแล้วไม่ผิดหวัง หนังดำเนินเรื่องแบบตรงๆไม่มีการปูเรื่องอะไร
พูดถึงเรื่องหมอกมรณะมาตั้งแต่ต้นเรื่องเลย จังหวะลุ้นก็ทำออกมาได้ดี
และเป็นหนังที่ว่าใครสูดหมอกนี้ไปต้องตายในทันที ก็เรียกว่าจะทำอะไรก็ต้องกลั้นหายใจไปด้วย
แล้วก็เราก็ลุ้นตามเลย ส่วนเรื่องดราม่าในหนังก็ทำให้เราน้ำตาตกได้เช่นกันนะ
ถึงแม้ว่าฉากชวนลุ้นจะทำได้ดี แต่ว่าจุดพีคมันยังไม่สุด
เพราะว่าหนังก็คลี่คลายสถานการณ์ได้รวดเร็วเกินไป
อีกทั้งหนังยังไม่ได้บอกถึงเหตุผลหลายอย่างของบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าทำไมต้องเป็นอย่างไร
ทำให้หนังเดาทางง่ายไปหน่อย แต่นี่ก็เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่น่าดูนะ
ใครเบื่อแนว Fantastic Beasts ก็ลองดูหนังแนวนี้ดูรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆ…

รีวิว Viral ผีโทรศัพท์

การรวมตัวเล่นเกมผีออนไลน์ ส่งผลให้แตงถ่ายรูปติดผี
เธอและก็คิตตี้จึงรีบส่งให้เพื่อนคนอื่นดู แต่ท้ายที่สุดแล้วมันเปลี่ยนเป็นแพร่ระบาดความสยดสยอง
หนังผีไทยที่ผสมผสานเรื่องราวของสื่อโซเชียลของผู้กำกับหญิงใจความสนุกสนาน พงษ์สุวรรณ
ที่เคยทำหนังอย่าง โรงเรียนผี มาถ่ายทอดความเฮี้ยน ซึ่งหนังเรื่องที่แล้วก็ทำได้แบบน่าพอใจด้วย
เลยรู้สึกว่าหัวข้อนี้พวกเราคงจะมองเห็นความคิดใหม่ๆ
หนังได้คลื่นรุ่นใหม่ของ ทั้ง พลอย ศรนรินทร์ จ๋า สุธีธิดา อ๋อง ธนา แล้วก็ เบสท์ ณัฐสิทธิ์
แต่หนังยังใช้พลังของพลอยและเบสท์ได้ไม่เต็มศักยภาพนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกของความเป็นมิตรระหว่าง พลอย กับ จ๋า ยังเล่นไม่ถึง
ซึ่งตรงนี้เป็นข้อผิดพลาดที่หนังไม่สามารถ
ที่จะทำให้พวกเราเชื่อในตัวละครที่เป็นตัวละครเอกได้ มันก็ทำให้เรื่องมองแปร่งๆไปหมด
หนังมีใจความสำคัญสะท้อนสังคมผ่านผี ว่าด้วยเรื่องของการส่ง-รับเทคโนโลยีโซเชี่ยลมีเดีย
ความแพร่ไปอย่างรวดเร็วของข่าวสาร แต่ก็น่าเสียดายที่คำว่าไวรัสไม่ได้ถูกเอามาใช้เลย
มีเพียงบทสนทนาสั้นๆว่าใครได้รับภาพผีไปจะเป็นยังไงหว่า
ตัวละครหนึ่งที่ตายก็ดูเป็นเรื่องความบังเอิญมากกว่าผลของการส่งแชร์ไม่คิด
แถมหนังยังมีความไม่สมจริงมากทั้งเรื่องที่จะปราบผียังไง ยังส่งคำใบ้ไม่พอเลยดูไม่เนียน
จุดที่หนังทำได้อย่างยอดเยี่ยม คือ การสร้างบรรยากาศการเดินหาผีในความมืดมน
ที่ทั้งเสียงภาพ ฉาก ส่งให้ขนลุกเกรียวได้ และการใช้เกมเสมือนจริงในพื้นที่จริง ก็นับว่าแปลกใหม่พอควร
โดยเฉพาะระบบการเล่นแบบที่ผู้เล่นคนหนึ่งสร้างบ้านผีและจุดผีหลอก
ให้ผู้เล่นอีกคนเข้าไปเล่นและตามหาผ้ายันต์เพื่อจบเกม
ก็สามารถสร้างโมเม้นท์การแกล้งหรือทำลายมิตรภาพจอมปลอมของกันและกันได้ไม่ยาก
อีกทั้งเกมเออาร์ที่มาเจอผี การส่งต่อรูปผีที่ทำให้ผีไปตามหลอกหรือฆ่าตัวละครที่ได้รับ
ปมความขัดแย้งระหว่างเพื่อนที่ซ่อนลึกๆในใจซึ่งขยายพล็อตดราม่าได้เข้มข้น…

จริงดิ! ผลการค้นคว้าชี้ซูเปอร์ฮีโร่ในหนังใช้กำลังมากกว่าพวกวายร้ายเสียอีก

ถึงแม้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่ในหนังขายดีของฮอลลีวู้ดจะเป็นผู้ที่รอปราบปรามฝ่ายอธรรม หรือพวกวายร้ายทั้งหลายแหล่
แต่ในงานประชุมใหญ่ของสถาบัน American Academy of Pediatrics
ปีนี้ มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งบอกว่า บรรดาซูเปอร์ฮีโร่ที่หลายคนประทับใจนั้นกลับใช้กำลังมากยิ่งกว่าพวกตัวร้ายของเรื่องเสียอีก!
ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยดังกล่าว ซึ่งนำโดย Robert Olympia ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์จาก Penn State College
เก็บข้อมูลจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ทำเงินในช่วงระหว่างปี 2015-2016
โดยอิงจากอันดับทำเงิน แล้วก็ประเภทของหนังในเว็บไซต์ Box Office Mojo
ซึ่งมีหนังดังอย่าง Captain America: Civil War,
Batman v Superman, Suicide Squad, Avengers: Age of Ultron,
Deadpool และ Ant-Man เข้าฉายอยู่ในช่วงเวลานั้นด้วย
โดยพบว่า เฉลี่ยแล้วหนังพวกนี้มีฉากตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ (ที่รับบทนำ) ใช้กำลังมากถึง 23 ครั้งต่อการฉายหนังความยาว 1 ชั่วโมง
ในตอนที่พวกวายร้าย หรือตัวร้ายของเรื่องมีฉากที่แสดงความร้ายแรงน้อยกว่าอยู่ที่ 18 ครั้ง และก็เมื่อแยกเป็นชนิดและประเภทตามเพศ
ยังเจอด้วยว่านักแสดงชายมีฉากแสดงความรุนแรงอยู่ถึง 34 ครั้งต่อ 1 ชั่วโมง ซึ่งมากยิ่งกว่านักแสดงหญิงเกือบ 7 เท่าอย่างยิ่งจริงๆ!
ส่วนความร้ายแรงของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่เจอในหนังนั้น หนักไปที่การต่อสู้สูงถึง 1,021 กรณี
ตามมาด้วยการทำลายข้าวของ, ฆาตกรรม, การทำร้าย, การข่มขู่ รวมทั้งการกระทำทารุณ
ในช่วงเวลาที่พวกตัวร้ายจะหนักไปที่การใช้อาวุธรุนแรง ซึ่งมีทั้งหมดทั้งปวง 604 กรณี
จากผลการศึกษาเรียนรู้ดังที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ศาสตราจารย์ Robert Olympia แสดงความเป็นห่วงว่า เด็กๆ
รวมทั้งวัยรุ่นที่คิดว่าเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในหนังเป็นคนดีนั้น บางทีก็อาจจะได้รับอิทธิพลจากการกระทำที่เสี่ยงอันตราย
รวมทั้งการกระทำที่ใช้กำลังของตัวละครเหล่านี้ได้ จึงมีความคิดเห็นว่าหน่วยงานที่ให้บริการด้านสุขภาพเด็กหรือกุมารแพทย์
ควรจะให้ความรู้กับครอบครัวที่มีเด็กและวัยรุ่น เกี่ยวกับความรุนแรงที่ได้เห็นจากหนังประเภทนี้
รวมทั้งอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการที่เด็กๆพยายามจะเลียนแบบฮีโร่ในหนังที่พวกเขาดูด้วย…

รีวิวหนัง 50 First Kisses

ไดสุเกะ ไกด์ชายหนุ่มมีเสน่ห์บนเกาะฮาวายที่หักอกลูกทัวร์มานับร้อย
ใครมองเห็นก็หลงเสน่ห์ผู้ชายคนนี้ แต่ไดสุเกะเองไม่ยินยอมรักใครแบบตั้งใจจริงสักครั้ง
ส่วนหนึ่งเนื่องจากเขามีความฝันที่จะเสนอโครงการสำรวจดวงดาวบนเกาะฮาวายไปที่อเมริกา
แต่เมื่อเขาได้พบกับรุอิ สาวในร้านกาแฟนั่นเป็น จุดเปลี่ยนแปลงในชีวิต
เพราะเหตุว่าเขาหลงรักคุณและเดินหน้าจีบรุอิอย่างไม่ลดละ
แต่ว่าเขาไม่รู้เรื่องมาก่อนว่า หญิงสาวเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เธอนั้นมีความจำสิ้นสุดเพียงแค่เมื่อวานนี้
รวมทั้งความจำในวันนี้จะหายไปหมด ด้วยเหตุนั้นในทุกวันเขาจำเป็นต้องจีบรุอิใหม่ซ้ำๆ
โดยมีบิดารวมทั้งน้องชายของรุอิช่วยอยู่ มุขตลกใส่มาได้ถูกจังหวะมากมาย ทำเอาฮากระจาย
ส่วนบทเข้าพระเข้านางก็ทำได้โรแมนติกน่ารักน่าเอ็นดูมาก เรียกว่าหนังได้ปรุงแต่งออกมาให้ถูกใจคนเอเชียมาก
ดารานำชายไดสุเกะที่อายุน่าจะเยอะอยู่ แต่หน้าตามีเสน่ห์ดูดี ดูน่ารัก และก็นางเอกนี่เป็นเพียงพอปรากฏตัวปุ๊บ เราเชื่อในทันทีว่ารุอิ
คือผู้ที่ทำให้คนสามารถหลงรักได้เมื่อพบ หลักสำคัญของหนังคือ จะทนได้แค่ไหนที่ต้องจีบผู้หญิงคนเดิมทุกวี่วัน
เปลี่ยนมุขตามอารมณ์ที่เปลี่ยนไปไม่ได้ในแต่ละวัน นี่จะยังทนได้ไหม ตัวหนังคงจะถ่ายทำในฮาวายทั้งเรื่อง
บรรยากาศอบอวลไปด้วยความฮาวาย เสื้อฮาวาย แสงอาทิตย์ ภาพชัด แจ่มใส ภาพในหนังสวยมาก
ใครชื่นชอบบรรยากาศแสงตะวัน สายลม สองเราไม่ควรพลาดเลยล่ะ ดูแล้วคุณต้องอยากดูอีกแน่ๆ
เนื่องจากหนังทำออกมาสวยน่าหยิกมากจริงๆดูได้ทุกเพศทุกวัย ดูแล้วคุณจะทราบดีว่าความรักสวยงามกว่าที่คุณคิด
แล้วก็ยังได้ตามลุ้นด้วยนะว่าความรักของพระเอกนางเอกจะจบเช่นไร…

12 ภาพยนตร์แฟนตาซีที่คุณไม่ควรพลาด 2

หนังแนวแฟนตาซียังคงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นในต่างประเทศหรือในไทยก็ตาม
นั่นเพราะเนื้อเรื่องส่วนใหญ่มีความน่าสนใจไม่เหมือน
และที่โดดเด่นอย่างมากคือจินตาการของผู้สร้างที่จะทำให้คนดูได้เจอกับสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลานั่น
ทำให้มันยังคงเป็นแนวหนังยอดฮิตมาจนถึงตอนนี้
ดังนั้นเราจึงจะขอพาคุณไปรู้จักกับภาพยนตร์แฟนตาซีที่คุณต้องไม่พลาดติดตามกันได้เลย

อภินิหารนาเนีย
เริ่มกันที่เรื่องแรกซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นขอหนังแฟนตาซียุคใหม่เลยก็ว่าได้กับอภินิหารนาเนีย
หนังเดินเรื่องด้วยตัวละครพี่น้องสี่คนที่เล่น่อนหาในบ้านหลังหนึ่งก่อนจะไปพบเข้ากับตู้เสื้อผ้าใบใหญ่
และเมื่อเข้าไปในนั้นก็พบว่ามันเป็นประตูที่สามารถเปิดไปสู่อีกโลกหนึ่งได้
และการเข้าไปในดินแดนแห่งนั้นทำให้ชีวิตของทั้งสี่คนเปลี่ยนไปตลอดกาล โดยในโลกนั้นพวกเขาต้องช่วยเหล่าสัตว์
และคนเมืองที่อาศัยอยู่อย่างสงบสุขต่อกรกับราชินีน้ำแข็งผู้โหดร้ายที่มักเสกให้คนกลายเป็นน้ำแข็งเสมอ
และพวกเขาจำต้องโค่นนางให้ได้เพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาอีกครั้ง เชื่อได้เลยว่าหากใครได้ดูจะต้องหลงรักหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน

ไพเรท ออฟ แคริเบียน
คงไม่มีหนังโจรสลัดเรื่องใดในโลกนี้ที่จะโด่งดังไปกว่าหนังเฟรนไชส์อย่างไพเรท ออฟ แคริเบียนอีกแล้ว
โดยถือเป็นหนังโจรสลัดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่ภาคแรกที่มีตัวละครมาดกวน
และเป็นที่จดจำของคอหนังอย่าง แจ็ค สแปโรว์ เป็นโจรสลัดจอมฮาประจำเรื่อง
โดยตลอดทั้งเรื่องในภาคแรกเป็นการ่อู้กับกองทัพโจรสลัดผีดิบเพื่อลบล้างคำสาปให้ได้ในการ
หลุดจากความเป็นอมตะ ส่วนในภาคสอง และสามยิ่งประสบความสำเร็จแบบสุดๆ
เพราะเป็นการดึงตำนานจากเรื่องจริงอย่างคราเคนเข้ามาเกี่ยว โดยเฉพาะตัวร้ายอย่าง โจน
โจรสลัดหนวดปลาหมึกน่ากลัวที่เป็นกัปตันเรื่องจากเรื่องจริงอย่างฟลาย อิ้ง ดัชแมนนั่นเอง

สตาร์ดัส
จัดเป็นอีกหนังแนวแฟนตาซีที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้เรื่องอื่นและมีแนวเรื่องที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร
โดยหนังว่าด้วยชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ต้องการเอาชนะใจสาวที่เขาหลงรัก แต่เมื่อถูกปฏิเสธจึงไปนั่งดูดาว
และบังเอิญพบกับดาวที่ตกจากฟ้ากลายร่างมาเป็นหญิงสาวผู้เลอโฉม
และดาวที่ว่าหลายคนต้องการหาให้ครบเพราะหากใครเป็นผู้หาได้ครบจะสามารถครองบัลลังก์
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาพบมากกว่าการแย่งชิงคือความรักนั่นเอง…