3 ผลไม้ปีศาจสายโรเกียที่เจ๋งที่สุดในวัน พีช

วัน พีช กลายเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในทุกวันนี้
ซึ่งแม้บางเรื่องที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันต่างทยอยเขียนจบไปหลายเรื่อง
หากแต่เรื่องนี้ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น และไม่มีทีท่าว่าจะจบในเวลาอันใกล้นี้แต่อย่างใด
ซึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของการ์ตูนเรื่องนี้คือผลปิศาจที่เมื่อใครกินไปจะได้รับพลังพิเศษที่ต่างกันทำให้ช่วยเพิ่มความสนุกได้ไม่น้อยให้กับเรื่อง
โดยเฉพาะผลปิศาจสายโรเกียเองที่เป็นสายแข็งแกร่งเราจึงขอพาคุณไปดูผลไม้ปิศาจสายโรเกียที่อันตราย 3 ลูกมาให้ได้ชมกัน

อาเมะ อาเมะ
เริ่มกันที่ผลแรกกับ อาเมะ อาเมะ หรือลูกกวาด ซึ่งเมื่อกินไปแล้วทำให้มีพลังของลูกกวาดในกำมือ
โดยร่างกายจะมีความเหนียว และหวานตามแบบฉบับลูกกวาดของจริง และมีสีเขียว
โดยเจ้าสิ่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่าได้ดั่งใจคิด
ซึ่งทำให้มันสามารถเปลี่ยนมาเป็นอาวุธได้อีกด้วยแถมยังกลายเป็นของแข็งเงลาใช้เป็นอาวุธทำให้มีพลัง
ในการโจมตีสูงยิ่งไปกว่านั้นหากเปลี่ยนให้เป็นที่จับศัตรูก็จะทำให้คนที่ถูกจับดิ้นไม่หลุดจากความเหนียว
และยังหายใจไม่ออก ซึ่งโอกาสจะเอาชนะนั้นยากเลยทีเดียว

โคมุ โคมุ
ผลนี้เป็นของปิศาจควันอย่างสโมคเกอร์
ที่สามารถเปลี่ยนร่างกายธรรมดาให้เป็นควันได้ทำให้สามารถรอดพ้นจากการโจมตีทางกายภาพหากว่าไม่ได้ใช้ฮาคิ
โดยเมื่อเปลี่ยนเป็นควันก็สามารถช่วยให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วแถมบินได้สูงในระดับหนึ่งอีกด้วย
นอกจากนี้ยังประยุกต์ใช้เป็นตัวเสริมในการโจมตีศัตรูรวมไปถึงการใช้เป็นแบนยืดไปโจมตีคู่ต่อสู้ได้อีกทาง
ซึ่งสโมคเกอร์เองถือเป็นศัตรูที่ลูฟี่เอาชนะได้ยากนับตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
เพราะเวลานั้นยังไม่รู้จักการใช้ฮาคิแถมโจมตีก็ไม่เป็นผลอีกทั้งด้ามหอกของสโมคเกอร์เป็นหินไคโรที่มีคุณสมบัติลดพลังของผู้มีพลังพิเศษได้
และทำให้หมดเรี่ยวแรงซึ่งบ่อยครั้งที่สโมคเกอร์มักใช้เจ้าสิ่งนี้มาใช้คู่กับพลังพิเศษของควันในการโจมตี และเป็นผลดีเลยทีเดียว

เมระ เมระ
เรียกได้ว่าเป็นผลไม้สายโรเกียที่หลายคนอยากได้มาครอบครองมากที่สุดกับ เมระ เมระ
ที่จะทำให้ผู้ที่กินมันเข้าไปได้รับพลังของไฟมาครอง โดยก่อนหน้านี้มันเคยเป็นของ เอส
พี่ชายของลูฟี่ที่ตายไปในสงครามครั้งใหญ่ระหว่างหนวดขาวกับกองทัพเรือ
ซึ่งเวลานั้นเอสได้กระโดดช่วยเอาตัวบังลูฟี่จากการปองร้ายของ อาคาอินุ
จนถูกลาวาทะลวงร่างเสียเองจนเสียชีวิต
และทำให้ผลปิศาจได้รับถ่ายทอดสู่ซาโบะพี่ชายอีกคนแทนจากการที่ไปแย่งมาจากเมืองของเดอฟลาเมงโก้นั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *