วัน: กันยายน 9, 2018

ภาพยนต์_รู้จักทานอสสุดยอดตัวร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล

ในจักรวาลของมาร์เวล มีทั้งฮีโร่ มากมาย และที่ขาดไม่ได้คือตัวร้าย
ที่จะมาสร้างสีสันซึ่งตัวร้ายที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนๆ เพราะมีพลังที่กล้าแกร่งนั่นก็คือ ทานอส จากภาพยนต์เรื่อง
avengers infinity war หลายคนคงอยากรู้จักเขาให้มากขึ้น
ทานอส (Thanos) ยักษ์ตัวสีม่วงแต่แรกเดิมทีนั้นเป็นชาว ไททั่น แต่ทว่าตั้งแต่เกิดมาก็ได้มีรูปร่างผิดเพี้ยน
ต่างจากชาวไททั่นคนอื่นๆ หน้าตาเค้าทั้งอัปลักษณ์ แถมยังมีผิวสีม่วง
ทำให้แม่ของเค้าคลุ้มคลั่งถึงกับจะฆ่าลูกตัวเองตั้งแต่เห็นหน้า พร้อมบอกว่าสิ่งมีชีวิตนี้เป็นตัวอันตราย
ในช่วงวัยเด็กเค้าถือว่าเป็นเด็กที่ เรียนดี ฉลาดสุดๆ แต่ถูกรังเกียจจากเด็กชาวไททั่นคนอื่นๆ
เพราะเรื่องหน้าตาของเค้าต่างจากคนอื่นๆ ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ
แต่วันหนึ่งเขาพบกับเด็กหญิงปริศนาที่มาชักชวนให้เขาทำสิ่งที่ชั่วร้ายนั้นคือการฆ่า
โดยเริ่มจากการฆ่าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ตั้งแต่พวกกิ้งก่า แมงมุม จนไปถึง สัตว์ใหญ่อย่าง ลิงยักษ์
จากนั้นแค่สัตว์ยังไม่พอเขาเริ่มฆ่าคนบนดาวของตัวเอง ซึ่งเขาได้หลงรักหญิงสาวรายนี้ แต่ทว่าถูกปฏิเสธ
ด้วยเหตุผลที่เขายังอ่อนแอเกินไป และนั่นกลายเป็นสาเหตุที่เขาฆ่าแม่ของตัวเอง และทำให้ ทานอส ต้องหนีไปยังดวงดาวอื่น
ซึ่งภายหลังเขาได้รู้ว่าหญิงสาวคนนั้นคือ “DEATH (เดธ)” หรือผู้ดูแลความตายของสิ่งมีชีวิต ชีวิตของเขาถูก
“DEATH (เดธ)” ครอบงำเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งที่ดาวดวงเดิมเขาสารภาพรักกับเธออีกครั้ง คราวนี้เธอบอกว่าถ้า
Thanos ต้องการเธอ เขาก็ต้องเป็นของเธอแค่คนเดียวตลอดไป
เขาลงมือสังหารลูกและเมียตัวเองทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับหญิงสาวลึกลับแต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเธอจน
ถึงขนาดปั่นหัวให้เขาทำลายดาวบ้านเกิดตัวเองทิ้งไป ซึ่งเขาก็ทำเช่นนั้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพิชิตใจของสาวเจ้าได้
ซึ่งเขายังคงถูกครอบงำอยู่เรื่อย ซึ่งในภาพยนตร์ Avenger Infinity War เป้าหมายหลักของเขาคือการรวบรวม อัญมณี
Infinity Stone ทั้ง 6 ก้อน เพื่อที่จะปลิดชีวิตผู้บริสุทธิ์ครึ่งนึงของจักรวาล
ซึ่งเราต้องไปดูกันเองว่าเรื่องราวในหนังนั้นจะจบลงอย่างไร นี่คือประวัติของดาวร้ายจาก AVENGERS
คงจะพอทำให้หลายคนเลิกสงสัยได้บ้างว่าเขาเป็นใคร…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1971 : Diamonds Are Forever

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1971เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Diamonds Are
Forever หรือ 007 เพชรพยัคฆราช ภาพยนตร์เรื่องที่ 7 ในชุดเจมส์ บอนด์ เดอะ ซีรี่ส์ และเป็นเรื่องสุดท้ายที่ ฌอน คอนเนอรี่
แสดงนำ ภายใต้ฝีมือการกำกับของ กาย ฮามิลตันภาพยนตร์เรื่อง Diamonds Are Forever หรือ 007
เพชรพยัคฆราช กล่าวถึง เจมส์ บอนด์ที่ต้องมารับภารกิจตามล่าแก๊งลักลอบค้าเพชรเถื่อน
และได้พบวายร้ายที่อยู่เบื้องหลังแผนร้ายครั้งนี้ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ได้แก่ เอิร์นส์ สตาฟโร โบลเฟลด์ศัตรูคู่แค้นดั้งเดิม
ซึ่งภายใต้ทุนสร้าง 7 ล้านดอลลาร์แต่กวาดรายได้ทั่วโลกไปเกิน 100 ล้านดอลลาร์
ใครจะไปทราบว่าภาพยนตร์ Diamonds Are Forever หรือ 007เพชรพยัคฆราช
เต็มไปด้วยความวุ่นวายในการถ่ายทำตั้งแต่ต้นจนจบเริ่มจากบท เจมส์ บอนด์ ที่ จอร์จ ลาเซนบี้ โบกมืออำลา
ทั้งที่เพิ่งสวมบทไปเพียงภาคเดียวทำให้ผู้จัดต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อดึง ฌอน คอนเนอรี่
กลับมารับหน้าที่อีกครั้ง พร้อมทั้งเปย์เงินเข้ากระเป๋าให้ไม่อั้นแต่ คอนเนอรี่ ติสต์แตกเลือกดปฏิเสธ
ทำให้ผู้จัดงานเข้าเต็มเปา ต้องหันไปทาบทาม โรเจอร์ มัวร์แต่ก็ติดถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอื่นอยู่ จะหันไปหา ทิโมธี ดัลตัน
ก็หน้าตาละอ่อนเกินไปไม่เข้าลุคสายลับผู้ช่ำชองและเปี่ยมประสบการณ์
เท่านั้นไม่พอ ผู้จัดยังติดต่อทาบทามไปยัง ไมเคิล แกมบอนเจ้าของบท อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ใน แฮร์รี่ พ็อตเตอร์
ก็ถูกตอบปฏิเสธกลับมาจากตัวนักแสดง โดย แกมบอนให้เหตุผลว่าหุ่นตัวเองไม่เหมาะกับบท เจมส์ บอนด์
สุดท้ายหวยไปตกที่ จอห์น เกวิน จากภาพยนตร์ Psycho(1960) แต่ ฌอน คอนเนอรี่ ดันเปลี่ยนใจเช่นกัน
ก่อนติดต่อขอกลับมารับบท เจมส์ บอนด์ หาก บริษัทยูไนเต็ดอาร์ติสต์ เพิ่มข้อเสนอออกทุนสร้างหนังให้เขาอีก 2 เรื่อง คือ The
Offence (1972) และ Macbethนอกจากปัญหานักแสดงนำ ภาพยนตร์เรื่อง Diamonds Are
Forever หรือ 007 เพชรพยัคฆราช ยังมีปัญหาเรื่องผู้กำกับด้วยเพราะก่อนหวยจะมาออกที่ กาย ฮามิลตัน ทีมงานมีตัวเลือกอย่าง
ปีเตอร์ ฮันท์ อยู่ในมือ แต่พี่แกดันไม่ว่างแล้วก็อย่างที่เราทราบกัน กาย ฮามิลตัน พา Diamonds Are
Forever หรือ 007 เพชรพยัคฆราชทำยอดทะลุเป้าไม่ต่างจากภาค Goldfinger ที่เขาฉีกลุค เจมส์
บอนด์ เป็นพระเอกตลกร้าย ซึ่งกลายเป็นจุดขายของซีรี่ส์บอนด์ในยุคหลังด้วย
สรุปแล้วภาพยนตร์ Diamonds Are Forever หรือ 007
เพชรพยัคฆราช ถือเป็นหนังที่ควรเสียเวลา 120 นาที ให้มากๆเพราะน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง และมีจุดน่าสนใจอีกมากมาย
และเรากล่าวถึงไม่หมดพร้อมทั้งฝากให้คุณไปค้นหากันเองในภาพยนตร์เรื่องนี้…