หนวดล้างจักรวาล! เฮนรี่ คาร์วิลล์ ปลิวบท ซูเปอร์แมน แล้ว

ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการภาพยนตร์ หลังจากได้มีการประกาศออกมาว่า “เฮนรี่
คาร์วิลล์” ผู้รับบทซูเปอร์แมนใน Man of Steel และ Justice Leagueได้ยุติบทบาทดังกล่าวแล้ว
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เฮนรี่เพิ่งจะเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในซีรีส์เรื่องใหม่ The
Witcher ของ Netflix แม้จะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการรับคิวงานการแสดง
แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในการรับบทซูเปอร์แมนของเฮนรี่ ดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีนัก
จนกระทั่งล่าสุด การเจรจาระหว่างเฮนรี่และสตูดิโออย่างวอร์เนอร์
ได้ยื่นข้อเสนอให้เฮนรี่มาถ่ายฉาก ซูเปอร์แมน
ปรากฏตัวแบบรับเชิญในหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Shazam! แต่การเจรจาก็ไม่ลงตัว
จากแหล่งข่าวเผยว่าทางวอร์เนอร์ต้องการผลักดันโปรเจ็คหนังซูเปอร์ฮีโร่หญิงอย่าง Supergirl มากกว่า
และทางดีซีก็ตั้งเป้าว่าจะผลักดันตัวละครนี้ให้แทนที่ตัวละครซูเปอร์แมน
ซึ่งเรื่องราวของซูเปอร์เกิร์ลนั้นจะเกิดขึ้นก่อนหน้าเหตุการณ์ใน Man of Steel
นั่นหมายความว่าอนาคตของตัวละครอย่างซูเปอร์แมนในหนัก แทบจะหายไปแล้ว
นอกจากนี้ วอร์เนอร์ ยังระงับโครงการภาคต่อของ Man of Steel ไป
เท่ากับว่าจะยังไม่มีบทให้เฮนรี่ คาวิลล์มาแสดงหนังอยู่ดี
การตัดสินใจถอนตัวจึงอาจจะเป็นเหตุผลที่ดูสมน้ำสมเนื้อที่สุด
รวมไปถึงข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า เบน แอฟเฟล็ค
ก็จะไม่ได้รับบทแบทแมนในหนังภาคแยกอย่าง The Batman โดยการกำกับของ แมตต์ รีฟส์ อีกด้วย
นั่นหมายความว่านักแสดงที่ยังคงเหลืออยู่ในจักรวาล DC จะมีแค่เพียง กัล กาด็อต
(วันเดอร์วูแมน), เจสัน โมมัวร์ (อควาแมน) เรย์ ฟิชเชอร์(ไซบอร์ก) และ เอซรา มิลเลอร์
(เดอะแฟลช) เท่านั้น
ทางด้านของสตูดิโออย่างวอร์เนอร์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากข่าวดังกล่าวแพร่ออกมา
จึงออกแถลงการณ์สั้นๆ ว่า
“ขณะนี้เรายังไม่ได้มีการตัดสินใจเกี่ยวกับหนังภาคใหม่ของซูเปอร์แมนในอนาคต
แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ให้เกียรติกับความสัมพันธ์อันดีที่มีกับนักแสดงอย่าง เฮนรี่
คาวิลล์มาโดยตลอด และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน”
เมื่อเรามองย้อนกลับไปที่จักรวาลหนังซูเปอร์ฮีโร่ค่ายดีซี
เราจะเห็นได้ถึงความพยายามมากมายที่ค่ายวอร์เนอร์และดีซี
ในการสร้างจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ตามรอยค่ายมาร์เวล อย่างไรก็ตาม
การสร้างจักรวาลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าหนังจะออกมาสู่คนดู
ก็ถือว่าตามหลังอีกค่ายอยู่มาก และการวางแผนการสร้างภาพยนตร์ที่ไม่ได้รัดกุม
ทิศทางในการรวมจักรวาลของดีซีจึงดูติดขัดอย่างมาก รวมไปถึงผลตอบรับของผู้ชม
นักวิจารณ์ ประกอบกับรายได้ของหนังรวมซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Justice League
ก็ออกมาน่าผิดหวัง ทำให้เห็นได้ว่า คนดูส่วนมาก แม้แต่แฟนฮีโร่ค่ายดีซีเอง
ยังไม่ได้รู้สึกรักและผู้พันกับจักรวาลหนังฮีโร่ค่ายนี้มากเท่ากับจักรวาลของมาร์เวล…

หนังภาคต่อยอดฮิต

“Harry Potter and the Prisoner of Azkaban” (2004)
เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าในเวอร์ชั่นของหนังสือ ภาคนี้เป็นภาคที่ดีที่สุด
และเวอร์ชั่นของภาพยนตร์ก็เช่นกัน Alfonso Cuarón
คือผู้กำกับที่ร้อยเรียงความเหนือจินตนาการของเรื่องนี้ออกมาได้ดีมากๆ

“Mad Max 2: The Road Warrior ” (1981)
ถึงแม้ภาคแรกจะได้รับคำชมเป็นอย่างมากว่าสะท้อนให้เห็นถึงโลกหลังการล่มสลาย ได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ภาคต่อ The Road Warrior นี้อัพเกรดตัวละครหลักให้โหดดิบเถื่อนมากขึ้นในโลกอันโหดร้าย
ทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่ชายเร่ร่อนกระจอกๆ อีกต่อไปแล้ว

“Bill Ted’s Bogus Journey” (1991)
สำหรับภาคต่อของหนังเรื่องนี้ต้องบอกว่า Keanu Reeves แสดงออกมาได้สมบทบาทมาก ทั้งโง่ ทั้งตลก
โดยเฉพาะฉากที่เล่นบาสโดยใช้หัว

“22 Jump Street” (2014)
ภาคต่อของ 21 Jump Street เป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมากเพราะว่าภาคแรกทำออกมาได้ไม่ค่อยดี
เท่าไหร่ แต่ภาคนี้ฉีกความคาดหวังว่ามันจะห่วยซะกระจุย ต้องขอบคุณสองผู้กำกับอย่าง Phil Lord และ Chris Miller

“Army of Darkness” (1992)
ซีรีย์ของ Evil Dead นั้นทำออกมาดีอยู่แล้ว แต่ภาค Army of Darkness นั้นป่าเถื่อนสุดจินตนาการ
แถมยังสนุกสุดๆ อีกด้วยล่ะ โดยเฉพาะฉากสต็อปโมชั่นของกองทัพโครงกระดูกนี่คือตำนานเลยทีเดียว

“The Bride of Frankenstein” (1931)
Frankenstein ภาคแรกก็ออกมาดีและเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ภาคต่อก็คงไม่จำเป็นสำหรับหนังเรื่องนี้ แต่ The
Bride of Frankenstein กลับทำออกมาได้ฉีกแนวมาก เป็นหนังสยองขวัญที่จะไม่ทำให้คุณกลัว
และไม่เคยมีหนังสยองขวัญใดๆ ที่ทำออกมาได้เหมือนกับเรื่องนี้…

“The Dark Knight” (2008)
ต้องบอกว่าภาคนี้เฉิดฉายเพราะ Joker ที่รับบทโดย Heath Ledger จริงๆ ทั้งน่ากลัว เฉียบคม ตลก
และคาดเดาไม่ได้ บทของเรื่องนี้ก็ถือว่าปกติ แต่เพราะนักแสดงนี่แหละ ที่ทำให้เรื่องนี้มันสุดยอด

“Batman Returns” (1992)
เราสามารถเห็นจินตนาการอย่างสุดขั้วของ Tim Burton ได้ในภาคนี้ มุมมองเกี่ยวกับเมือง Gotham ของเขา
แถม Michelle Pfeiffer ที่รับบทเป็น Catwoman ก็แสดงออกมาได้ดีสุดๆ อีกด้วย

“The Hunger Games: Catching Fire” (2013)
หลายๆ คนพูดว่า Catching Fire นั้นเยิ่นเย้อและกินเวลานานจนเกินไป
แต่ภายในภาคนี้กลับแสดงให้เห็นด้านมืดเกี่ยวกับสื่อและโลกอนาคตได้เป็นอย่าง ดี ดีกว่าหนังวัยรุ่นทั่วๆ ไปซะอีก

“Toy Story 2” (1999)
ถึงภาคแรกจะมีทั้งความน่ารักและเป็นเรื่องแอนิเมชั่นสุดน่ารักขนาดไหน
แต่ภาคต่อของมันกลับตีแผ่เรื่องราวเกี่ยวกับความดีงามและมิตรภาพมากกว่า

5 ภาพยนตร์แนวสืบสวนที่น่ารับชม

ภาพยนตร์แนวสืบสวนกับการไขปมปริศนาต่างๆ
นั้นเป็นอะไรที่หลายๆคนให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย
เพราะนอกจากความสนุกแล้ว เนื้อหาต่างๆ นั้นดูมีความน่าสนใจ
ทำให้เรารู้สึกอยากติดตามและลุ้นไปในทุกๆฉากกับการไขปริศนา
โดยวันนี้เราจะมาแนะนำภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวน
ที่ท่านควรจะรับชมรับรองว่าจะได้ลุ้นไปกับเรื่องราวต่างๆ
และไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย
1.Citizen Kane
หนึ่งในหนังที่มีความสำคัญต่อโลกภาพยนตร์มากที่สุด
นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง การพัฒนา
แรงบันดาลใจและอีกหลายๆอย่างที่มีผลต่อการทำหนัง
โดยฝีมือของหนุ่มวัย 26 ปีในตอนนั้น นามว่า Orson Welles
เรียกได้ว่าเขาเป็นคนแรกๆที่เล่าเรื่องด้วยเทคนิครูปแบบ nonlinear
อีกทั้งยังฉลาดในการนำแฟลชแบ็คเพื่ออธิบายเบื้องหลัง
แรงจูงใจของตัวละครที่สอดรับกับเรื่องราวของหนัง
ที่ว่าด้วยการสืบหาปริศนาของคำสั่งลา
ของชายผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐที่เสียชีวิตภายในคฤห
าสน์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันลึกลับ
2.L.A. Confidential
สะท้อนอำนาจมืด ความชั่วร้ายที่ถูกซ่อนภายในกรมตำรวจแอลเอ
ผ่านการสืบเสาะของสามตำรวจหนุ่มที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างกันอย่างสิ้น
เชิง จุดแข็งของหนังคือการมีโครงเรื่องที่สลับซับซ้อนเดาทางยาก
บทสนทนาที่คมคาย
และการแสดงที่มีประสิทธิภาพของเหล่านักแสดงนำทั้งสาม
และอย่างที่รู้ๆกันว่านี่คือหนัง ซึ่งเป็นคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อของ Titanic
ในสาขาหนังยอดเยี่ยมของปีนั้น
3.The Silence of the Lambs
น้อยคนนักที่ชื่นชอบ คลั่งไคล้หนังแนวสืบสวน สอบสวน
แล้วจะไม่รู้จักฆาตกรนามว่า Hannibal Lecter ที่เต็มไปด้วยจิตมุ่งร้าย

ความโหดเหี้ยมอำมหิต และที่สำคัญเขาฉลาดเป็นกรด
โดยหนังเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จอย่างแท้จริงของอาชญากรรา
ยนี้ เพราะมันการันตีด้วยการคว้า 5 รางวัลจากเวทีออสการ์
และหนึ่งในนั้นคือสาขาหนังยอดเยี่ยม
หนังเรื่องนี้ว่าด้วยสาวเอฟบีไอจบใหม่
ที่ต้องไปขอความช่วยเหลือจากฮันนิบาลในการไขคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
บัพฟาโล บิลล์
4.Winter's Bone
ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยงานภาพอันหม่นมัว
บรรยากาศที่ดูยะเยือก เต็มไปด้วยความตึงเครียด
สถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
และที่สำคัญนี่หนังอินดี้ทุนต่ำที่สร้างชื่อให้กับ Jennifer Lawrence
โดยการพาเธอไปมีชื่อเข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมของปีนั้น
ว่าด้วยสาววัยสิบเจ็ดที่ต้องสืบหาการหายไปของพ่อ
ที่คาดกันว่าได้ทำการหนีหมายศาล
และหากเธอตามหาพ่อไม่พบภายในเจ็ดวัน
บ้านซึ่งเป็นทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวของครอบครัวจะถูกยึด
5.Inception
ภาพยนตร์จากผู้กำกับดังอย่าง Christopher Nolan
เขาสามารถนำแนวคิดดั้งเดิมมาปรุงแต่งเป็นรูปโฉมใหม่ในสไตล์ของตัว
เองได้
ไอเดียฝันซ้อนฝันถูกอธิบายความซับซ้อนให้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมมาก
ขึ้น ด้วยการตั้งกฎเกณฑ์และข้อบังคับที่ชัดเจน
ของทีมโจรกรรมความฝันที่ต้องสืบเสาะค้นหาแรงจูงใจที่น่าเชื่อถือ
และฝังความคิดให้ทายาทนักธุกิจพลังงานล้มเลิกความคิดในการสานต่อ
กิจการจากผู้เป็นพ่อ…

Gods of Egypt สงครามเทวดา

Gods of Egypt
แนว : ผจญภัย / แฟนตาซี
ผู้กำกับ : Alex Proyas
ผู้แต่ง : Matt Sazama, Burk Sharpless
ฉาย : 25 กุมภาพันธ์ 2016
ภาพยนต์สุดอลังการภายใต้ผู้กำกับ Alex Proyas เขาคือชายคนที่กำกับ ‘I, Robot’, ‘Knowing’, ‘The Crow’
และ ‘Dark City’ และได้รับการเนรมิตโดยทีมสร้างมากฝีมือ ทั้งฝ่ายโปรดักชั่น
และเทคนิคพิเศษชั้นแนวหน้าจาก Star Wars Prequel Trilogy, Spider-Man และ The Great Gatsby
ที่ได้มาร่วมสร้างผลงานชิ้นนี้
Gods of Egypt ภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มเงินสร้างกว่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 500 ล้านบาท
บอกได้เลยว่าภาพยนต์เรื่องนี้ทำเอาวงการหนังฮอลลิวู้ดสะเทือนเลยทีเดียว
เรื่องย่อ
เล่าขานถึงตำนานทวยเทพแห่งอียิปต์
ช่วงที่พระเจ้าเริ่มเกิดความขัดแย้งท่ามกลางความร้อนระอุแห่งทะเลทราย ฮอรัส (Nikolaj Coster-Waldau)
ที่เป็นเทพแห่งท้องฟ้าผู้ปกคลุมแม่น้ำไนล์อันอุดมสมบูรณ์ ขณะที่ เซ็ต (Gerard Butler)
น้องชายที่เป็นเทพแห่งทะเลทรายอันแข็งแกร่งต้องการชิงอำนาจในการปกครองแม่น้ำไนล์ทั้งหมด
การต่อสู้ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้น!
สำหรับภาพยนต์ Gods of Egypt เป็นเรื่องราวของเหล่าทวยเทพของอียิปต์
แม้จะมีการสร้างภาพยนตร์กันมาหลายเรื่องแล้ว ด้วยว่าเป็นแดนอารยธรรมที่เจริญสุดๆ
แห่งหนึ่งบนโลกเป็นดินแดนที่น่าค้นหา
อีกทั้งการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ปูพรมด้วยฉากยิ่งใหญ่อลังการของนครอันมลังเมลืองด้วยสิ่งก่อสร้างและรู
ปปั้นสีทองเหลืองอร่ามอันแสดงถึงความศรัทธาในมหาเทพ ภาพยนต์ 3 มิติเต็มสูบ
เหมาะกับคอไทยโดยแท้แม้ว่าเมื่อรับชมด้วยจอใหญ่ยักษ์อย่าง IMAX 3D
จะพบว่ามันไม่ถึงกับเนียนแต่ก็เข้าขั้นดี…

4 หนังสยองขวัญในตำนาน!

ปัจจุบัน ในวงการภาพยนตร์ในระดับนานาชาติ หนึ่งในหนังที่ได้รับความนิยมและถูกทำขึ้นมากที่สุด คงหนีไม่พ้น
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญ ที่เต็มไปด้วยการลุ้นระทึก , อารมณ์ และ จุดพีคของเนื้อเรื่อง
ท่ามกลางภาพยนตร์ที่อุบัติขึ้นมากมาย นี่คือ 5 หนังสยองขวัญในตำนาน!
เริ่มจากเรื่อง Raw เป็นภาพยนตร์สัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้ผู้กำกับฝีมือพะระกาฬอย่าง Julia Ducournau
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ จัสติน สาวน้อยมังสวิรัติขี้อาย ที่ถูกรุ่นพี่เล่นพิเหลนด้วยการให้รับน้อง
ด้วยการบังคับให้กินตับกระต่ายแบบสดๆ หลังจากนั้นเป็นต้นมาเธอเริ่มเสพติดกินเนื้อสัตว์
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การ “กินเนื้อคน” ของเธอ เรียกได้ว่าสยองจนต้องร้องยี๋
ต่อมาเป็น The Belko Experiment เป็นภาพยนตร์คุณภาพอีกหนึ่งเรื่องของโลก ภายใต้บัญชาของผู้กำกับคนดังอย่าง
Greg Mclean ที่อำนวยการสร้าง และ เขียนบททั้งหมดโดย James Gunn จาก Guardian of the Galaxy ซึ่งทั้ง 2 ภาค
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ระดับช่างและแม่บ้านจนถึงระดับผู้บริหารชั้นสูง
ถูกขังอยู่ในตึกที่มีแผ่นเหล็กปิดทุกทางออก แถมมีกองกำลังทหารมาคอยยิงใครก็ตามที่จะออกไปจากตึก
ทุกคนได้รับคำสั่งให้ร่วมเล่นเกมที่เป็นการทดลอง โดยสั่งให้ฆ่าเพื่อนพนักงานคนอื่นๆในตึก
หากไม่ฆ่าก็จะถูกฆ่าแทนแบบอุกอาจ
ต่อมาเป็น Wish Upon จากผู้กำกับ John R. Leonetti ชาวสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องราวของ แคลร์
ที่ได้กล่องเพลงปริศนากล่องหนึ่ง ซึ่งเป็นของขวัญจากพ่อตัวเอง โดยความพีคของมันคือ
สามารถทำให้ทุกความปราถนาของเธอสัมฤทธิ์ผลด้วยพร 7 ประการ แต่เมื่อเธอเริ่มใช้มันเพื่อความสุขส่วนตัว
เรื่องร้ายๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับคนรอบตัวเธออย่างชวนสะพรึง กระทั่งในที่สุด เธอก็รู้จนได้ว่า กล่องปริศนานี้นั้น
มีเบื้องหลังความสยองซ่อนอยู่
ปิดท้ายกันที่ Meters Down จากผู้กำกับ Johannes Roberts ว่ากันว่า หนังเรื่องนี้
เป็นเรื่องราวของสองสาวพี่น้องที่ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันที่ชายหาดเม็กซิโก
และได้ดำน้ำชมฉลามขาวใต้ทะเลโดยอยู่ในกรงป้องกัน แต่สลิงเกิดขาดและทำให้กรงตกลงไปถึง 47 เมตร
พวกเขามีเวลาหนึ่งชั่วโมงว่ายกลับขึ้นมาที่เรือก่อนที่ออกซิเจนจะหมด แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลยสักนิด
เมื่อระหว่างนั้นฝูงฉลามยักษ์ ขนาดยักษ์มหึมา ก็ว่ายวนเวียนอยู่บริเวณนั้น เพื่อรองับพวกเธอ…

2 อนิเมะสุดฮาที่แฟนพันธ์แท้ต้องไม่ควรพลาด

วงการอนิเมะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องหลังกระแสความนิยมในกลุ่มผู้ชื่นชอบอนิเมะยังมีอย่างแพร่หลาย
แม้ในช่วงหลังวงการอนิเมะจะถูกรบกวนจากเว็บไซต์เถื่อนที่ลักลอบปล่อยการ์ตูนออกมาอย่างผิดกฏหมายจนทำ
ให้ส่งผลกระทบถึงบริษัทในญี่ปุ่นที่เป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่ายอนิเมะไปตามๆกัน
แต่ถึงกระนั้นต้องยอมรับว่าการเติบโตของวงการอนิเมะยังคงเดินหน้าต่อไป
และผู้คนที่ชื่นชอบก็หันมาสนใจการเสพอนิเมะแบบถูกกฏหมายมากขึ้นเพื่อให้บริษัทผู้ผลิตงานยังคงสร้างงาน
ให้ผู้ชมได้ชมกันต่อไปได้ ซึ่งอนิเมะที่ถูกปล่อยออกมาบางส่วนบ้างไม่ประสบความสำเร็จ
แต่บางเรื่องก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเช่น 2 เรื่องนี้กัน วันพันช์แมน และ กินทามะ ที่กลายเป็น 2อนิเมะสุดฮาแห่งยุคที่ครองใจแฟนๆอย่างเหนียวแนน

กินทามะ
มาถึงวันนี้คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องกินทามะ เพราะถือได้ว่าเป็นการ์ตูนดังจากค่ายโชเนนจั๊มป์
ค่ายการ์ตูนที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่ผลิตผลงานให้แฟนๆได้อ่านกันมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นวันพีซหรือนารูโตะ กินทามะเองก็เช่นเดียวกัน
โดยว่าด้วยเรื่องของยุคสมัยเอโดะที่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายมนุษย์ต่างดาวบุกโลกจนมีสงครามใหญ่เกิดขึ้น
ก่อนสุดท้ายจะจบลงด้วยการที่หลายเผ่าพันธ์จากต่างดาวตัดสินใจเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์เป็นปกติและเข้าสู่ยุคสมัยใหม่อีกครั้ง
โดยตัวเองคือซามูไรฝีมือฉกาจของคณะปฏิวัติที่ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้างสารพัด
และมีลูกน้องสองคนคือชินปาจิเด็กหนุ่งมซามูไรฝึกหัดที่ต้องหางานพิเศษทำเพื่อเลี้ยงทางบ้าน
และคางุระหญิงสาวต่างดาวที่เป็นเผ่านักรบทำให้มีร่างกายแข็งแกร่ง แต่ชื่นชอบการกินสุดๆ
การรวมตัวกันของคนทั้งสามจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความฮาที่จะมาสร้างความปั่นป่วนให้กับการ์ตูนเรื่องนี้
ซึ่งหลังเป็นที่นิยมจึงถูกนำมาทำเป็นอนิเมะทำให้เมื่อมีเสียงพากษ์เข้ามาความฮาก็มากกว่าเดิมจนเป็นที่นิยมอย่างมากนั่นเอง

วันพันช์แมน
เป็นการ์ตูนแนวซุปเปอร์ฮีโร แต่เชื่อได้เลยว่าคุณจะไม่เคยดูการ์ตูนแนวซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องไหนที่จะแปลก
และแหวกแนวเท่าเรื่องนี้มาก่อนนั่นเพราะพระเอกเก่งเกินจนทำให้สังหารคู่ต่อสู้ได้ภายในหมัดเดียว
ซึ่งภายในเรื่องมีตัวละครมากมายที่จะนำไปสู่เหตการณ์เรียกเสียงฮาแบบสุดๆ
และยังคงเป็นอนิเมะที่หลายๆคนชื่นชอบ ถ้าหากสงสัยว่าจะฮา และป่วนแค่ไหนก็ต้องรีบไปหามาดูซะแล้ว

ฉลาดเกมส์โกง เตรียมรีเมกเป็นฉบับอินเดีย

หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)
ทำสถิติกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดในไทยเมื่อปีที่แล้ว และกวาดรายได้ในจีนร่วม 40
ล้านเหรียญสหรัฐ ค่ายหนังอย่างจีดีเอช 559 ก็เดินหน้าสู่ความสำเร็จใหม่
หลังจากบริษัทหนังของอินเดียติดต่อขอซื้อไปสร้างใหม่เป็นฉบับภาษาฮินดี
จากการรายงานของ Screen Daily
โปรเจคต์การสร้างหนังครั้งนี้ จะเป็นการร่วมกันสร้างของบริษัทชื่อ Azure
Entertainment และ Plan C Studios โดยมอบหมายให้ นีราจ แพนดีย์ มารับหน้าที่ดูแลการสร้าง
ก่อนหน้านี้ Azure Entertainment ได้ซื้อลิขสิทธิ์หนังดังอย่าง Infernal Affairs
ของฮ่องกง กับ The Body และ The Invisible Guest ของสเปนมาสร้างใหม่และอยู่ระหว่างดำเนินงานสร้างในตอนนี้
ผู้บริหารของบริษัทได้พูดถึงการรีเมก ฉลาดเกมส์โกง ว่า “เราขอขอบคุณจีดีเอช 559
ที่ไว้ใจเราให้นำหนังเรื่องนี้มาสร้างใหม่เป็นฉบับอินเดีย” และ “รู้สึกภูมิใจ”
ที่ได้ร่วมงานกับทั้งผู้กำกับ นีราจ แพนดีย์ กับ Reliance Entertainmentในการรีเมกครั้งนี้
สำหรับภาพยนตร์ไทย ที่ถูกรีเมกเป็นหนังอินเดียในก่อนหน้านี้ คือเรื่อง “แฝด” (Alone)
ผลงานกำกับของ บรรจง ปิสัญธนะกูล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
ซึ่งเคยถูกซื้อไปสร้างเป็นหนังฉบับอินเดีย ออกฉายเมื่อปี 2015 มาแล้ว
เรื่องย่อของ ฉลาดเกมส์โกง (Bad Genius)
ทุกครั้งที่ฝนดินสอลงกระดาษสอบ ล้วนมีความหมาย ลิน (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง)
นักเรียนสายเรียนดี เจ้าของ เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกปีการศึกษา
แต่ด้วยการที่เธอมักจะต้องช่วยบอกข้อสอบให้กับเพื่อนซี้อย่าง เกรซ (อิษยา
ฮอสุวรรณ) นักเรียนสายกิจกรรมแต่ผลการเรียนกลับสวนทางและ พัฒน์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ)
เด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวยในและมีแนวคิดว่าเงินซื้อทุกอย่างได้แม้กระทั่งคำต
อบของข้อสอบ ทำให้ ลิน ฉุกคิดธุรกิจให้ลอกข้อสอบนี้ขึ้นมาได้
และสร้างรายได้ให้เธออย่างเป็นกอบเป็นกำ และเมื่อการสอบสุดท้ายท้าย อย่าง STICใกล้เข้ามาถึง
นักเรียนหลายร้อยคนต่างคาดหวังจะนำคะแนนสอบเหล่านี้เปิดทางเข้าสู่เหล่ามหาลัยชั้นนำ
ลินจึงได้รับโจทย์ใหม่ ในการบอกข้อสอบสุดท้าทายครั้งนี้
โดยเธอตัดสินใจบินไปสอบที่ประเทศเร็วกว่าไทย
เพื่อรีบนำมาบอกข้อสอบแก่เหล่าลูกค้าของเธอ โดยเธอต้องหาผู้ช่วยอย่าง แบงค์ (นนชานน สันตินธรกุล) นักเรียนทุนคู่แข่ง ที่ไม่ชอบการทุจริตใดๆ
ในขณะที่เดิมพันเงินรางวัลที่สูงมากขึ้นความยากในการโกงข้อสอบและความปลอดภัยของพวกเธอก็สูงขึ้นเช่นกัน
ภาพยนตร์ ฉลาดเกมส์โกง กำกับโดย นัฐวุฒิ พูนพิริยะ โดยผลงานที่ผ่านมา
คือภาพยนตร์ไทยเรื่อง เคาท์ดาวน์ ที่ออกฉายเมื่อปี 2555…

สุดยอดหนัง ที่พลาดคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ

Wonder Woman
นับเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สตรีเพศเรื่องแรกที่สร้างจากฝีมือผู้กำกับหญิงโดย
แท้จริง อย่าง แพตตี้ เจนกินส์ ที่เคยสร้างความประทับใจ
จนกลายเป็นเรื่องแจ้งเกิดมาแล้วกับ Monsterในปี 2003
โดยหลังจากที่กำกับซีรี่ส์บางตอนของ Entourage และเกือบได้วาดลวดลายกับ Thor:
The Dark World ก่อนจะมาเป็นผู้กำกับให้ Wonder Woman และเซ็นสัญญากับ Wonder Woman II
โดยค่าจ้างในการกำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่หญิงภาคต่อเรื่องนี้มากกว่าเดิมจ
นจัดได้ว่าเป็นผู้กำกับหญิงที่ได้ค่าตัวสูงสุด
แถมยังได้นักแสดงสาวมากความสามารถ ดีกรีนางงามอิสราเอล แกล กาโดต์
มารับบทเป็น Wonder Woman แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถมีชื่อเข้าชิงรางวัลใด ๆ
จากงานลูกโลกทองคำครั้งที่ 75

Get Out
ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ต้องผิดหวังอย่างน่าเสียดาย โดย
ภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่องนี้ เป็นฝีมือของ จอแดน พีล
แม้ว่าหมู่นักวิจารณ์และคนดูจะให้เสียงชื่นชม Get Out เป็นพิเศษ
ด้วยเรื่องราวว่าด้วยหนุ่มผิวสีที่เดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ของแฟนสาวผิวขาว
ก่อนที่ภาพยนตร์จะนำไปสู่ทิศทางที่คาดไม่ถึง
เป็นข้อพิสูจน์ว่าภาพยนตร์สยองขวัญไม่จำเป็นต้องซ้ำซาก
แต่ยังสามารถหาพลิกแพลงไปสู่แนวทางใหม่ ๆ ได้เสมอ

The Post
สูตรสำเร็จที่ไม่คิดว่าจะมีผู้เอาชนะได้
กับภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง
เนื้อหาเข้มข้นเกี่ยวกับเอกสารลับของเพนตากอนที่ถูกปกปิดของ
ร้อยเรียงผ่านฝีมือของสุดยอดผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก
โคจรมาพบกับสองนักแสดงนำรางวัลออสการ์อย่างเมอริล สตรีพ และทอม
แฮงค์ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์คุณภาพที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาด
สุดท้ายแม้ว่า The Post ได้รับเลือกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 6 รางวัล
ใครจะคิดว่าพวกเขาต้องกลับบ้านมือเปล่า

Dunkirk
ภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ที่คริสโตเฟอร์ โนแลนเขียนบทด้วยตนเอง
เขาบอกว่าเนี่คือภาพยนตร์ที่ได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากที่สุดในชีวิต
และเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่หลายคน
มาถ่ายทอดเรื่องราวของทหารกล้าในสมรภูมิรบ รุ่นใหญ่ที่ดังที่สุดก็มีเพียงทอม
ฮาร์ดี้, เค็นเน็ธ บรานาจ กับเจ้าของรางวัลออสการ์สมทบชายอย่าง มาร์ก
ไรแลนส์เท่านั้น แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้วิธีเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด
ยากต่อการคาดเดาและลุ้นไปทุกวินาที แม้จะไม่ได้คว้ารางวัลไปครอง
แต่เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานภาพยนตร์สงครามอันดับต้น ๆ
ไปอีกนาน

Call me by your name
ภาพยนตร์ชายรักชายสุดโรแมนติกที่คว้ารางวัลมากมาย
จากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งลอสแอนเจลิส
ซึ่งถือเป็นสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ
กวาดมาทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม,
และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
แต่กลับไม่ถูกใจเหล่ากรรมการงานลูกโลกทองคำมากนัก
จึงทำได้เพียงมีชื่อเข้าชิง 3 รางวัล และไม่สามารถคว้ามาเชยชมได้
อย่างไรก็ตามด้วยการเดินเรื่องที่เป็นธรรมชาติ
มุมกล้องที่ให้ความรู้สึกราวกับภาพยนตร์ย้อนยุค และช่วงท้ายที่หักมุมเล็ก ๆ
คงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ตราตรึงไปในใจของหลายๆ คนไปอีกนาน…

รวมภาพยนตร์แอคชั่นยอดเยี่ยมจาก “จา พนม”

ถ้าหากพูดถึงนักแสดงบู๊แอคชั่นมากความสามารถในประเทศไทย
คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “จา พนม”
สุดยอดนักแสดงไทยที่ก้าวไปโกอินเตอร์ ถึงเวที ฮอลลิวู้ด
ซึ่งถ้าหากจะพูดถึงภาพยนตร์ที่ทำให้เขาแจ้งเกิดก็คงเป็นเรื่อง องค์บาก
ที่ได้รับคำชมอย่างมาก ด้วยการที่แสดงจริง, ไม่ใช้สตันท์แมน
และไม่ใช่เทคนิคพิเศษในการเข้าคิวต่อสู้

แน่นอนว่าในไทยนั้นเขาได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากผลงานภาพยนตร์
ต่างไม่ว่าจะเป็น ต้มยำกุ้ง, องค์บาก 1-3
แต่วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 3 ภาพยนตร์จาก จา พนม
ที่โกอินเตอร์ไปแสดงให้กับค่ายหนังต่างประเทศมาฝาก
จะมีเรื่องไหนบ้างไปดูกัน
1.xXx: Return of Xander Cage
เรียกกันสั้นๆ ว่า ทริปเปิ้ลเอ็กซ์
สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้แฟนๆชาวไทย นั้นคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้
จา พนม นั้นได้ร่วมแสดงกับดาราระดับโลกอย่าง วีน ดีเซล, ดอนนี่ เยน,
ดีพิกา พาดูโคน และคนอื่นๆ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ วิน ดีเซล ที่รับบทเป็น
แซนเดอร์ เคจ
ถูกทางรัฐบาลประกาศให้เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่
เขาได้หลบหนีสังคม มาใช้ชีวิตแบบสงบสุข
แต่จนแล้วจนรอดก็ถูกตามตัวให้กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง
ด้วยการหยุดภารกิจอันช่วงร้ายของศัตรู
2. Skin Trade
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการรร่วมทุนสร้างระหว่างไทยและแคนาดา
แต่ก็ถือว่าได้ประกบกับนักแสดงแอ็คชั่นรุ่นใหญ่อย่าง ดอล์ฟ ลันด์เกรน,
ไมเคิล ไจ และรอน เพิร์ลแมน

รวมถึงเป็นผลงานของผู้กำกับคนไทยที่ได้ไปโกอินเตอร์กับกับหนังฮอล
ลีวู้ดมาแล้วอย่าง เอกชัย เอื้อครองธรรม
โดยเรื่องราวของภาพยนตร์จะเล่าถึง นิค แคสซิดี้ (ดอล์ฟ
ลันด์เกรน)
นายตำรวจฝีมือดีจากสหรัฐอเมริกาที่ต้องการล้างบางเจ้าพ่อผู้ทริงอิทธิพ
ลในวงการค้ามนุษย์อย่าง วิคเตอร์ ดราโกวิช (รอน เพิร์ลแมน)
แต่เมื่อแผนการจับกุมทำให้นิคพลั้งมือฆ่าลูกชายสุดที่รักของวิคเตอร์
เขาจึงตัดสินใจฆ่าล้างครอบครัวแคสซิดี้
ซึ่งทำให้เจ็บแสบอย่างสาสม
นิครอดมาได้และตามรอยเพื่อแก้แค้นวิคเตอร์จนพบเบาะแสนำไปสู่ประเ
ทศไทย ที่ซึ่งเขาจะได้พบกับ โทนี่ วิทยกุล (จา-พนม ยีรัมย์)
ตำรวจไทยที่หมายจะยุติการค้ามนุษย์ให้ได้เช่นกัน
การประชันฝีมือระหว่างนายตำรวจมือดีจากสองซีกโลกที่ว่ากันด้วยหมัด
ต่อหมัด
3. Fast and Furious 7
พลาดไม่ได้เลยสำหรับเรื่องนี้
ถือเป็นการแจ้งเกิดในเวทีระดับโลกของ จา พนม
เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจากภาค 6 "เดคคาร์ด ชอว์"(สเตแธม)
หัวหน้าหน่วยรบใต้ดิน อดีตหน่วยพิเศษของอังกฤษ
ก็ลั่นวาจาว่าจะล้างแค้นให้น้องชาย ที่อาการปางตายในโรงพยาบาล
ซึ่งรายแรกที่สังเวยไฟแค้นของเขาก็คือ “ฮาน” (ซุง คัง)
หนึ่งในแก๊งค์ซิ่งระห่ำ เพื่อนรักของ "โดมินิค ทอร์เรตโต้" หรือ ดอม(วิน
ดีเซล) และดอม ก็โดนถล่มบ้านอันแสนสงบของเขาใน LA
ด้วยระเบิดของเดคคาร์ด ทำให้ดอมแค้นมาก
และต้องการเอาคืนในสิ่งที่เดคคาร์ดได้บังอาจมาฆ่าเพื่อนรัก
และทำลายครอบครัวอันแสนสุขของเขา โดย จา พนม
นั้นรับบทเป็นตัวร้ายมีฉากบู๊สุดสนุกและน่าประทับใจ…

Friend Request (2016) ผีแอดเพื่อน

Friend Request
แนวหนัง : สยองขวัญ,ทริลเลอร์
ผู้กำกับ : ไซม่อน เวอร์โฮเว่น
นักแสดง : อลิเซีย เดบนัม แครีย์, ลีเซิล อาเลิร์ส, คอนเนอร์ เปาโล, บรู๊ค มาร์คแฮม, นิโคลัส พอลลิ่ง
เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559
หลายคนคงจะได้รู้แล้วว่าผู้กำกับชาวเยอรมัน ไซม่อน เวอร์โฮเว่น เจ้าของภาพยตร์ ไซม่อน เวอร์โฮเว่น
หนังผีโลกโซเชียลก็ขออินเทรนด์ ทำหนัง thriller-horror เกาะกระแสวัยรุ่นกับ social network อีกเรื่อง
ในชื่อ Friend Request ในคราวนี้จะมาพร้อมกับความหลอนระดับ 10 อีกเช่นเคยFriend Request
ภาพยนต์ที่ผสมผสานลงตัวระหว่างความเชื่อลัทธิแบบสมัยเก่ากับโลกไซเบอร์สมัยใหม่อย่างอินเทรนด์
นี้อาจจะไม่ใช่หนังผีโดยแท้ ซึ่งไซม่อน เวอร์โฮเว่น
ต้องการสร้างภาพยนต์นี้ขึ้นมาเพื่อสะท้อนถึงวัยรุ่นและคนเสพติดโซเชียลฯ
ตระหนักถึงความหมายของคำว่า “เพื่อน” จริงๆ ว่ามันเป็นอย่างไร
เรื่องย่อ
ชีวิตของหญิงสาวทั่วไปที่ค่อนข้างเพรียบพร้อมไปด้วยเพื่อนฝูง แฟนหนุ่มสุดหล่อนักศึกษาเตรียมแพทย์
บลาๆๆ การเป็นที่รักของสังคมทำให้ จำนวนเพื่อนใน Facebook ของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่แล้ววันนึง
ผู้ใช้นามว่า มาริน่า มิลส์ ก็ส่ง Friend Request มาขอเธอเป็นเพื่อน
ความหลงตัวของเธอทำให้คิดว่าในที่สุดก็มีเพื่นแท้ เมื่อถูก Unfriend เพราะลอร่ามองว่าเธอไม่ปกติ
มาริน่าก็ฆ่าตัวตายอย่างสยดสยองบนเว็บแคม จนทำให้เรื่องราวสุดสยองต่างๆจึงได้เริ่มขึ้นนับจากนั้น
ไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอ กับเพื่อนๆที่เหลืออยู่ ไม่สามารถลบบัญชีได้ และไม่สามารถ unfriend
มาริน่าออกจากเฟสบุคได้เลย
สามารถรับชมกับได้ทุกเว็บไซต์ทั่วไป https://youtu.be/A2xygfZw7hc…